Work Shop เตรียมความพร้อมเก็บภาพพลุ
หลังจากชั่งใจว่าจะเขียนการถ่ายภาพพลุก่อนดีกว่า หรือว่าจะเขียนเรื่องการถ่ายภาพงานแต่งงานในโรงแรมในห้องจัดเลี้ยงก่อน สุดท้ายก็ตกลงใจเขียนเรื่องพลุก่อน เพราะถ้าปล่อยให้นานไปกว่านี้เดี๋ยวจะลืมเหตุการณ์ในวันถ่ายพลุ เพราะถ่ายพลุไปตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคมและวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม กลิ่นเขม่าควันยังติดจมูกอยู่จนถึงวันนี้
เป็นอันรู้กันว่าช่วงนี้มีงานเฉลิมฉลอง 80 ปีมหามงคล ด้วยพระบารมีของพระเจ้าอยู่หัว พ่อหลวงปวงชนชาวไทย พวกเราจึงได้ชมพลุสวยๆ ติดต่อกันหลายวัน และเป็นโอกาสอันดีที่คนหลังกล้องอย่างเราๆ จะเก็บภาพความประทับใจนี้ไว้ประดับบ้าน ให้ระลึกถึงความตื่นตาตื่นใจและความปลาบปลื้มปิติ ตราบนานเท่านาน
คุณผู้อ่านหลายท่านคงได้ชมพลุที่ผู้เขียนไปเก็บภาพมาแล้ว อยู่ในกะทู้ สารภาพตามตรงว่าผู้เขียนเองถ่ายพลุครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในชีวิต ครั้งแรกถ่ายไปเมื่อปีที่แล้ว ที่เมืองทองฯ ครั้งนั้นผู้เขียนไปด้วยความกระหยิ่ม ยโส คิดว่าถ่ายพลุนี่ก็คงง่ายๆ หาอ่านวิธีการถ่ายพลุจากมือโปรด้านการถ่ายพลุมา กูรู เหล่านั้นท่านก็สอนว่าให้มีขาตั้งกล้อง ให้มีสายลั่นชัตเตอร์ ให้เตรียมผ้าดำ ให้ไปตั้งแต่เนิ่นๆ ไปหาทำเล และอีกหลายประการ
แต่ผู้เขียนไม่พร้อมสักด้านเดียว อย่างที่บอกว่าตอนนั้นคิดว่าง่ายๆ ประมาท หลังจากหยิบกล้อง หยิบขาตั้งกล้องติดรถ ก็บึ่งออกจากบ้านโดยกะไปให้ถึงเมืองทองฯ พอดีจุดพลุ จะได้ไม่ต้องรอนาน สายลั่นชัตเตอร์ก็ไม่มี คิดว่าใช้ขาตั้งกล้องก็น่าจะอยู่แล้ว
ผลปรากฎว่าการถ่ายพลุครั้งแรกในปีที่แล้ว ล้มเหลวไม่เป็นท่า ไม่ได้พลุที่สมประกอบสักรูปเดียว ไม่มืดเกินไปก็สว่างเกินไป มีต้นไม้บัง มุมไม่ได้ สรุปว่าไปคราวนั้นเสียเที่ยว
ก็ขอเล่าให้ฟังถึงความผิดพลาด ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นประสบการณ์ที่ล้มเหลวของผู้เขียน ว่าทำไมถึงล้มเหลว นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนประสบมาด้วยตัวเอง
วางแผนล่วงหน้า
การวางแผนล่วงหน้า เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานทุกประเภท ไม่เว้นแม้แต่การถ่ายรูป สำหรับกรณีการถ่ายรูปพลุ นอกจากเราต้องวางแผนล่วงหน้าแล้ว เราต้องรวบรวมข้อมูลด้วย สิ่งที่เราต้องรู้ก่อนได้แก่ วัน เวลา สถานที่ รูปแบบของพลุที่จะจุดในวันนั้น จุดกี่ชุด ความยาวเท่าไหร่ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรรู้ด้วยว่าพลุจุดสูง หรือ เตี้ย ต่อเนื่องหรือไม่ต่อเนื่อง ที่สำคัญคือเวลาและสถานที่ เพราะหัวใจของการถ่ายรูปพลุคือทำเลทอง เนื่องจากพลุจุดกันตอนกลางคืน ถ้าได้ฉากหลังสวยก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง

ไปก่อนเวลา สำรวจและจับจองสถานที่ก่อน
นอกจากรู้สถานที่แล้ว ถ้าเป็นไปได้ควรจะรู้จุดที่พลุจะถูกยิงขึ้นฟ้า ยิ่งรู้แน่นอนยิ่งดี ถ้าไม่แน่ใจก็ใช้วิธีคาดการณ์และพิจารณาความเป็นไปได้ของจุดที่จะยิงพลุ อย่าขี้เกียจที่จะเดินสำรวจให้ทั่วบริเวณ ตัวอย่างเช่นพลุที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติฯ ผู้เขียนไม่มีทำเลมุมสูงเหมือนพลุที่สนามกีฬาฯ จึงต้องไปก่อนเวลาสักสองชั่วโมง เพื่อเดินสำรวจสถานที่ สุดท้ายก็ได้ทำเลบนสะพานลอย มองดูแล้วน่าจะจุดตรงด้านหน้า ซึ่งก็เป็นจริง แต่พลาดตรงที่พลุจุดเตี้ย และเยื้องไปจากมุมที่ผู้เขียนเล็งไว้ไปทางขวามือ ตรงนั้นค่อนข้างรก มีต้นไม้บังและมีไฟกลางถนนคอยกวน ในขณะที่การถ่ายรูปพลุวันที่ 6 ที่สนามกีฬาฯ ผู้เขียนได้ทำเลบนตึกสูง ตึกวิศวฯ จุฬาฯ ซึ่งวิวสวยรอบด้านเลยทีเดียว เรียกได้ว่าไม่ต้องกลัวต้นไม้บัง ไม่มีเสาไฟฟ้ามากวน แถมวิวรอบๆ สวย หันไปทางไหนก็ได้ฉากหลังอลังการแน่นอน

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม
จากประสบการณ์ครั้งแรกของผู้เขียน สิ่งที่จำเป็นไม่แพ้สถานที่ก็คืออุปกรณ์ ขาดไม่ได้เลยคือขาตั้งกล้องที่แข็งแรง และสายลั่นชัตเตอร์ เมื่อปีที่แล้วขาตั้งกล้องของผู้เขียนเป็นแบบบางเบา แต่กล้องเป็นกล้อง S9600 ของฟูจิซึ่งเป็นกล้อง DSLR-like ถอดเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ ขนาดและน้ำหนักตัวกล้องวางบนขาตั้งกล้องในวันนั้นเห็นชัดเจนเลยว่าไม่มั่นคง ลมพัดมาแต่ละครั้งขากล้องสั่นทุกครั้งไป หลักการถ่ายพลุนั้น เรานิยมใช้โหมดถ่ายภาพชัตเตอร์ B ซึ่งเป็นโหมดถ่ายภาพที่เปิดหน้ากล้องรับแสงทันทีที่กดชัตเตอร์ และจะปิดหน้ากล้องเมื่อเราปล่อยชัตเตอร์ พูดง่ายๆ คือเราต้องกดชัตเตอร์ค้างไว้นั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีขาตั้งกล้องที่แข็งแรง และต้องมีสายลั่นชัตเตอร์ เพราะหลีกเลี่ยงการทำให้กล้องสั่น ซึ่งจะเป็นเหตุให้พลุของเรากลายเป็นเส้นตัวหนอนไม่คมชัด
หลักการถ่ายพลุ
มาถึงตรงนี้ ขอสมมติว่าเราได้ปักหลัก ตั้งขาตั้งกล้องและติดตั้งกล้อง ต่อสายลั่นชัตเตอร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีเวลาเหลืออีกเยอะก่อนพลุจะจุด สิ่งที่ควรจะทำก็คือการจัดองค์ประกอบภาพไว้ล่วงหน้า เราจำเป็นต้องคาดการณ์ตำแหน่งยิงพลุที่แน่นอน และคาดการณ์ว่าพลุควรจะจุดระเบิดที่ความสูงระดับไหน จากนั้นให้ตั้งกล้อง จัดองค์ประกอบภาพล่วงหน้า อย่างน้อยๆ ก็ให้ใกล้เคียงความจริงที่สุด จากนั้นให้ทดลองถ่ายภาพนี้ดูว่าฉากหลังโอเคหรือเปล่า ถือเป็นการซ้อมมือไปในตัว สำหรับหลักการถ่ายภาพพลุที่นิยมกัน มีดังนี้ (สำหรับกล้องดิจิตอลที่ถ่ายโหมด ชัตเตอร์ B ได้)
- ปรับโหมดถ่ายภาพเป็นแมนนวลหรือโหมด M
- ตั้งความเร็วชัตเตอร์เป็น ชัตเตอร์ B
- ปรับรูรับแสงประมาณ F8 ถึง F11 จำไว้ว่าที่ต้องตั้งรูรับแสงแคบ ก็เพื่อให้ภาพชัดลึก
- โฟกัสไปที่ตึกหรือฉากหลัง ใช้โหมดโฟกัสอัตโนมัติแบบพื้นที่ เมื่อโฟกัสได้แล้วให้ปรับโฟกัสเป็นแมนนวล เพื่อให้การถ่ายจริงประหยัดเวลา ไม่ต้องรอโฟกัส (แต่เมื่อเปลี่ยนมุม ก็ต้องหาจุดโฟกัสใหม่อีกครั้ง)
- ในตัวอย่างนี้ผมใช้ WB แบบอัตโนมัติ คุณผู้อ่านอาจทดลองถ่ายภาพฉากขณะนั้นและลองถ่ายด้วย WB ต่างกัน เพื่อหา WB เหมาะสมที่สุด
- เมื่อตั้งค่าทุกอย่างเสร็จแล้ว ให้ลองถ่ายภาพดูที่ระยะเวลาต่างๆ กันเพื่อดูผลที่ได้ กรณีที่ถ่ายด้วยชัตเตอร์ B จะต้องกดชัตเตอร์ค้างไว้ และปล่อยเมื่อต้องการหยุดถ่ายภาพ กล้อง 400D ที่ผมใช้จะมีเวลาบอกที่จอภาพขณะกดชัตเตอร์ค้าง ผมลองถ่ายที่ 2 วินาที 4 วินาที ไปจนถึง 8 วินาที เพราะเวลาถ่ายพลุจริงๆ ส่วนใหญ่ระยะเวลาค่อนข้างสั้น เพราะพลุแต่ละลูกห่างกันแป๊ปเดียว
ตัวอย่างภาพ Work Shop พลุที่สนามกีฬา ณ ดาดฟ้าตึกวิศวะฯ จุฬาฯ
สมมติว่าภาพฉากที่สวยกำลังดี อาจใช้เวลานานถึง 8 วินาที ในความเป็นจริงคุณผู้อ่านอาจรอไม่ได้ถึง 8 วินาที เนื่องจากขณะที่รอ ถ้าพลุลูกอื่นจุดระเบิดซ้ำที่จุดเดิมของลูกก่อนหน้าที่เราจับภาพ มักจะเกิดภาพซ้อนและเละ ส่วนใหญ่แล้ว เรากดชัตเตอร์ขณะที่เห็นหางพลุและหยุดถ่ายเมื่อพลุระเบิด ไม่ต้องรอพลุตกย้อยลงมา เพราะภาพจะรก
เราสามารถใช้ผ้าดำมาช่วย กรณีที่คุณผู้อ่านลองถ่ายภาพที่ 8 วินาทีแล้วฉากหลังสวยกำลังดี เราสามารถกดชัตเตอร์ B เก็บภาพพลุลูกแรก จากนั้นเมื่อพลุระเบิด อย่าพึ่งปล่อยชัตเตอร์ ให้ใช้ผ้าดำคลุมกล้องไว้ รอให้พลุลูกต่อไปผ่านไปก่อน เมื่อฉากเคลียร์ ค่อยเปิดผ้าเพื่อให้แสงเข้ากล้องอีกครั้ง แสงที่ว่านี้คือแสงของฉากหลังนั่นเองครับ ให้ประมาณเวลา 8 วินาทีตามที่เราทดลอง แต่ถ้ามีพลุจุดขึ้นอีกลูก หากเห็นว่าตำแหน่งซ้อนกับพลุลูกแรกที่เราเก็บภาพไปแล้ว ให้คลุมผ้าอีกครั้ง และปล่อยชัตเตอร์เมื่อเห็นว่าเก็บฉากได้สว่างพอแล้ว
กรณีที่คุณผู้อ่านต้องการพลุทุกลูก อาจพลาดฉากหลังไป ถามว่าทำได้หรือไม่ ก็ตอบว่าทำได้ แถมไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าดำคลุมด้วย แค่กดชัตเตอร์ตอนเห็นหางพลุ แล้วปล่อยชัตเตอร์ตอนพลุระเบิดเท่านั้นเอง แล้วก็กด ปล่อย ไปเรื่อยๆ
เอาล่ะครับ รู้สึกว่า Work Shop ตอนนี้จะยาวไปแล้ว เอาเป็นว่าช่วงนี้ยังไม่มีพลุให้ซ้อมมือ ก็ลองหาเวลาแบกขาตั้งกล้องและสายลั่นชัตเตอร์ไปถ่ายภาพไนท์แลนเคปดูก็แล้วกัน เพื่อฝึกการถ่ายภาพตอนกลางคืนให้คุ้นเคย สำหรับวันนี้... สวัสดีครับ _/\_
วาทิต ชูสิน
บทความที่เกี่ยวข้อง
สารบัญบทความ
การถ่ายภาพเบื้องต้น
พิกวิวคาเฟ่
- watid : กินๆๆๆ
- veevie : Hollo ตอนเที่ยง ทานข้าวนะครับทุกคน
- candyman2 : เหร๋อออออออออออออออ
- watid : วันดีวันสบายๆ ครับพี่น้อง
- blackman5214 : บอร์ด...ร้าง...จริงด้วย..555
-
blackman5214
:

- candyman2 : เหงาที่ไหน เค้าเรียกว่าร้าง หะๆๆๆ
- blackman5214 : บอร์ด เหงา ๆ แหะ....
- candyman2 : 555
- candyman2 : อ้าว เดี๋ยวนี้เค้าไม่ ฝากท้องกันที่โรงพยาบาลแล้วเหร๋อ
Only registered users are allowed to post.








คอมเมนต์