LOGIN | REGISTER

PIXVIEW.NET บ้านของคนรักการถ่ายภาพ!

ไม่ว่าคุณจะเข้ามาที่นี่ด้วยความบังเอิญ หรือตั้งใจ เมื่อเข้ามาแล้ว
ขอให้แบ่งปันรอยยิ้ม มิตรภาพแก่กัน ที่นี่ไม่มีแบ่งฝ่ายแบ่งสี

สมัครสมาชิก!

Nov 08

Work Shop Night Shot! ตอนที่ 1

ภาคปฏิบัติ ถ่ายสาวๆ กับไฟประดับ ณ สยามพารากอน

_mg_8080_post400.jpg

หากไม่นับคุณผู้อ่านที่ช่ำชองและมีประสบการณ์ในการถ่ายภาพแนวนี้ ผมเชื่อว่ามีคุณผู้อ่านหลายท่านที่มีปัญหากับการถ่ายภาพตอนกลางคืน ขออนุญาติแยกประเภทไปเลยว่าการถ่ายกลางคืนที่เราจะเล่าสู่กันฟัง ณ ที่ตรงนี้ เป็นการถ่ายภาพบุคคลตอนกลางคืน และขอระบุสถานที่ไปเลยว่าที่สยามพารากอน... 

{mos_fb_discuss:6} 

 

สำหรับ Work Shop ครั้งนี้ เป็นการถ่ายไนท์พรอตเทรตโดยไม่คาดฝันของผมเอง เหตุเพราะวันนั้นนัดน้องๆ ที่รู้จักกัน ชวนมาถ่ายรูปตอนเย็นๆ ที่แถวสยาม แต่ตัวผมเองติดภารกิจและเดินทางไปถึงเอาตอนเกือบหนึ่งทุ่ม ทริปนี้ก็เลยกลายเป็นไนท์พรอตเทรตไปโดยปริยาย ฮา ฮา

_MG_post500.jpg

เพื่อไม่ให้เป็นการยากจนเกินไป ขอเล่าให้ฟังถึงสภาพแวดล้อม หรือโจทย์ที่เรามีอยู่ เผื่อคุณผู้อ่านจะได้จินตนาการภาพตามไปด้วยได้ง่ายๆ 

  • ผมใช้กล้องดิจิตอล EOS 400D ของแคนนอน ในกระเป๋ามีเลนส์คิท 18-55mm, เลนส์ฟิก 85mm f1.8 USM และมีแฟลซโบราณหนึ่งกระบอก
  • เวลาถ่ายประมาณ 1 ถึง 2 ทุ่ม ที่ลานน้ำพุหน้าสยามพารากอน ซึ่งวันนั้นมีการจัดงานดนตรีการกุศลของแบรนด์เสื้อยี่ห้อหนึ่ง จึงมีการจัดบูธ และจัดเวที มีไฟประดับพอประมาณ ด้านตรงข้ามน้ำพุ เป็นสยามดิสคัพเวอรี่ มีไฟประดับหน้าห้างสวยงามตามปกติ
  • นางแบบสองคน ซนยังกะลิง ฮา ฮา ฮา


งานนี้จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย เพราะยังดีที่สถานที่ถ่ายรูปของเราครั้งนี้มีการจัดไฟประดับ ถึงแม้กำลังไฟประดับจะน้อยนิด ไม่เหมือนไฟสปอตไลท์เหมือนคอนเสิร์ต หรือไฟสปอตไลท์ในงานมอเตอร์โชว์ แถมไม่ได้ส่องตรงมายังแบบของเรา เป็นไฟประดับที่ส่องไปยังป้ายโฆษณาบ้าง ที่บูธต่างๆ บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นสีสันประการหนึ่ง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะจับไฟประดับหลากสีเหล่านี้มาใช้งานอย่างไรมากกว่า

รู้จักเครื่องมือที่เรามี มันทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน
เรื่องนี้เป็นพื้นฐานที่เราควรรู้ก่อนการถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์แบบไหน ถ้าเรารู้จักเครื่องมือเรา เราก็รู้จักเลือกใช้ได้อย่างถูกเวลา ถูกสถานที่ และใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด เหมือนกับการเลือกใช้คนให้ตรงกับงาน ฉันใด ฉันนั้น ยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ผมมี

1 กล้อง EOS 400D ของแคนนอน เราสามารถใช้ประโยชน์จากการปรับค่าความไวแสงหรือ ISO ให้สูงกว่าปกติ เพื่อให้กล้องไวแสงมากขึ้น ช่วยให้ง่ายต่อการถ่ายภาพในขณะแสงน้อยอย่างนี้ ในกรณีต้องการแสงธรรมชาติ และไม่ใช้แฟลซ (ใช้ได้เมื่อมีแสง ถ้าไม่มีแสงเลย ปรับอย่างไรก็ช่วยไม่ได้)

2 เลนส์คิท 18-55mm เลนส์คู่บุญบารมีที่แถมให้ตอนซื้อกล้องกระบอกนี้ ค่ารูรับแสงเริ่มต้น f3.5-5.6 อ่านถึงตรงนี้ หลายท่านอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไรไอ้รูรับแสง ก็ขออธิบายเล็กน้อยภาษาชาวบ้าน รูรับแสงสัมพันธ์กับความเร็วชัตเตอร์ ถ้ารูรับแสงกว้าง จะรับแสงได้มาก และทำให้เวลาในการรับแสงบนเซ็นเซอร์ใช้เวลาน้อยลง พูดง่ายๆ ถ้ารูรับแสงตัวเลขน้อยๆ เช่น f1.8 หมายถึงรูรับแสงกว้าง จะเป็นเลนส์ไวแสง สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยโดยที่ความเร็วชัตเตอร์ไม่ช้าจนเกินไป ตัวอย่างเช่น

ถ้าถ่ายในสภาพแสงเดียวกัน สมมติว่าเลนส์เปิด f1.8 ได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ถ่ายรูปได้สว่างพอดี ไม่มืดเกินไป ไม่สว่างเกินไปที่ 1/60 ในขณะเดียวกัน เราเปิด f5.6 ถ้าจะให้ภาพสว่างเท่ากับกรณีแรก คุณอาจต้องถ่ายรูปที่ความเร็วชัตเตอร์ 1/15 วินาที ดังนั้น กรณีที่สองคุณจะต้องมือนิ่งๆ เพราะความเร็วชัตเตอร์ช้ามาก กว่ากล้องจะปิดกระจกรับแสง ถ้ามือคุณสั่นในจังหวะนี้ ภาพก็จะไม่ชัด เป็นต้น

จากเหตุผลเรื่องรูรับแสงของเลนส์คิทกระบอกนี้เริ่มที่ f3.5-5.6 หมายความว่า ที่มุมกว้างสุด (ไม่หมุนซูมเลย) ที่ 18mm (หรือ 28mm เทียบเท่ากล้องฟิล์ม 35mm) เลนส์นี้เปิดรูรับแสงได้กว้างที่สุด f3.5 และที่ซูมสุดกระบอก 55mm (หรือราว 88mm เทียบเท่ากล้องฟิล์ม 35mm) สรุปว่าถ้าคุณจะใช้เลนส์กระบอกนี้ถ่ายตอนแสงน้อย คุณจะใช้งานได้ง่ายที่สุดและหวังผลได้ที่ช่วงมุมกว้างสุดหรือ 18mm นั่นเอง

3 เลนส์ฟิก 85mm f1.8 USM
เลนส์กระบอกนี้โดยธรรมชาติแล้วทั้งช่วงซูมและค่ารูรับแสงนับว่าเป็นเลนส์ที่เกิดมาเพื่อถ่ายรูปคนโดยเฉพาะ ด้วยสัดส่วนที่กำลังสวยและค่ารูรับแสงกว้างอย่างนี้ จะทำให้ถ่ายแบบชัดตื้น หรือหน้าชัดหลังเบลอ หรือที่เรียกกันว่าละลายฉากหลังได้สวย แน่นอนว่าค่า f1.8  ยังช่วยให้เราได้ความเร็วชัตเตอร์เพิ่มขึ้นอีกด้วย ถ้าค่าความเร็วชัตเตอร์สัก 1/30 ขึ้นไป จะช่วยให้คุณถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น โอกาสภาพเสียเพราะมือไม่นิ่งจะน้อยลง ยิ่งความเร็วชัตเตอร์สูง เรายิ่งมีโอกาสถ่ายภาพได้อย่างคมชัด เช่น 1/125 วินาที, 1/500 วินาทีเป็นต้น แม้เป้าหมายจะเคลื่อนไหว และ Work Shop ครั้งนี้ส่วนใหญ่ผมใช้เลนส์กระบอกนี้เป็นหลักครับ (แต่ก็มีใช้คิทบ้างเหมือนกัน)


4 แฟลซโบราณ
ผมมีแฟลซโบราณ หรือแฟลซอะนาล็อกหนึ่งตัว ทุกอย่างต้องควบคุมด้วยตัวเอง แฟลซแต่ละตัวจะมีไกด์นัมเบอร์อยู่ เป็นตัวบอกระยะทำการว่ายิงหวังผลได้ไกลแค่ไหน ทั้งนี้การใช้แฟลซเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ต้องทำความคุ้นเคยกับแฟลซของคุณพอสมควร โดยเฉพาะกับแฟลซโบราณกระบอกนี้ ฮา ฮา พูดง่ายๆ คุณกับผมอาจถ่ายภาพออกมาไม่เหมือนกันที่การตั้งค่าเดียวกัน ดังนั้น เรื่องแฟลซเอาไว้อธิบายกันยาวๆ อีกทีดีกว่า

อ่านถึงตรงนี้ ขอทิ้งโจทย์ไว้ให้คิดกันเล่นๆ ก่อนลงสู่ภาคปฏิบัติในตอนต่อไป ตอนนี้ขอจบห้วนๆ กันแค่นี้ก่อนนะครับ... สวัสดี _/\_

คอมเมนต์ 

 
0 #1 fact2 19-07-10 17:10
thank u
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

คอมเม้นต์ภายใต้พื้นฐานของวัฒนธรรมไทย ไม่ดูหมิ่น เหยียดหยาม ไม่ให้ร้าย ไม่ดูหมิ่นสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

เขียนโดย:
วาทิต ชูสิน
อีเมล พิมพ์ PDF

Networking & Syndication

Rss Button
RSS Feed หมวดข่าว
Facebook Button
แวะเยี่ยม PIXVIEW บน Facebook
Twitter Button
ติดตามความเคลื่อนไหว PIXVIEW บน Twitter

 

FILE4279