Work Shop Night Shot! ตอนที่ 1
ภาคปฏิบัติ ถ่ายสาวๆ กับไฟประดับ ณ สยามพารากอน
หากไม่นับคุณผู้อ่านที่ช่ำชองและมีประสบการณ์ในการถ่ายภาพแนวนี้ ผมเชื่อว่ามีคุณผู้อ่านหลายท่านที่มีปัญหากับการถ่ายภาพตอนกลางคืน ขออนุญาติแยกประเภทไปเลยว่าการถ่ายกลางคืนที่เราจะเล่าสู่กันฟัง ณ ที่ตรงนี้ เป็นการถ่ายภาพบุคคลตอนกลางคืน และขอระบุสถานที่ไปเลยว่าที่สยามพารากอน...
{mos_fb_discuss:6}
สำหรับ Work Shop ครั้งนี้ เป็นการถ่ายไนท์พรอตเทรตโดยไม่คาดฝันของผมเอง เหตุเพราะวันนั้นนัดน้องๆ ที่รู้จักกัน ชวนมาถ่ายรูปตอนเย็นๆ ที่แถวสยาม แต่ตัวผมเองติดภารกิจและเดินทางไปถึงเอาตอนเกือบหนึ่งทุ่ม ทริปนี้ก็เลยกลายเป็นไนท์พรอตเทรตไปโดยปริยาย ฮา ฮา
เพื่อไม่ให้เป็นการยากจนเกินไป ขอเล่าให้ฟังถึงสภาพแวดล้อม หรือโจทย์ที่เรามีอยู่ เผื่อคุณผู้อ่านจะได้จินตนาการภาพตามไปด้วยได้ง่ายๆ
- ผมใช้กล้องดิจิตอล EOS 400D ของแคนนอน ในกระเป๋ามีเลนส์คิท 18-55mm, เลนส์ฟิก 85mm f1.8 USM และมีแฟลซโบราณหนึ่งกระบอก
- เวลาถ่ายประมาณ 1 ถึง 2 ทุ่ม ที่ลานน้ำพุหน้าสยามพารากอน ซึ่งวันนั้นมีการจัดงานดนตรีการกุศลของแบรนด์เสื้อยี่ห้อหนึ่ง จึงมีการจัดบูธ และจัดเวที มีไฟประดับพอประมาณ ด้านตรงข้ามน้ำพุ เป็นสยามดิสคัพเวอรี่ มีไฟประดับหน้าห้างสวยงามตามปกติ
- นางแบบสองคน ซนยังกะลิง ฮา ฮา ฮา
งานนี้จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย เพราะยังดีที่สถานที่ถ่ายรูปของเราครั้งนี้มีการจัดไฟประดับ ถึงแม้กำลังไฟประดับจะน้อยนิด ไม่เหมือนไฟสปอตไลท์เหมือนคอนเสิร์ต หรือไฟสปอตไลท์ในงานมอเตอร์โชว์ แถมไม่ได้ส่องตรงมายังแบบของเรา เป็นไฟประดับที่ส่องไปยังป้ายโฆษณาบ้าง ที่บูธต่างๆ บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นสีสันประการหนึ่ง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะจับไฟประดับหลากสีเหล่านี้มาใช้งานอย่างไรมากกว่า
รู้จักเครื่องมือที่เรามี มันทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน
เรื่องนี้เป็นพื้นฐานที่เราควรรู้ก่อนการถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์แบบไหน ถ้าเรารู้จักเครื่องมือเรา เราก็รู้จักเลือกใช้ได้อย่างถูกเวลา ถูกสถานที่ และใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด เหมือนกับการเลือกใช้คนให้ตรงกับงาน ฉันใด ฉันนั้น ยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ผมมี
1 กล้อง EOS 400D ของแคนนอน เราสามารถใช้ประโยชน์จากการปรับค่าความไวแสงหรือ ISO ให้สูงกว่าปกติ เพื่อให้กล้องไวแสงมากขึ้น ช่วยให้ง่ายต่อการถ่ายภาพในขณะแสงน้อยอย่างนี้ ในกรณีต้องการแสงธรรมชาติ และไม่ใช้แฟลซ (ใช้ได้เมื่อมีแสง ถ้าไม่มีแสงเลย ปรับอย่างไรก็ช่วยไม่ได้)
2 เลนส์คิท 18-55mm เลนส์คู่บุญบารมีที่แถมให้ตอนซื้อกล้องกระบอกนี้ ค่ารูรับแสงเริ่มต้น f3.5-5.6 อ่านถึงตรงนี้ หลายท่านอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไรไอ้รูรับแสง ก็ขออธิบายเล็กน้อยภาษาชาวบ้าน รูรับแสงสัมพันธ์กับความเร็วชัตเตอร์ ถ้ารูรับแสงกว้าง จะรับแสงได้มาก และทำให้เวลาในการรับแสงบนเซ็นเซอร์ใช้เวลาน้อยลง พูดง่ายๆ ถ้ารูรับแสงตัวเลขน้อยๆ เช่น f1.8 หมายถึงรูรับแสงกว้าง จะเป็นเลนส์ไวแสง สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยโดยที่ความเร็วชัตเตอร์ไม่ช้าจนเกินไป ตัวอย่างเช่น
ถ้าถ่ายในสภาพแสงเดียวกัน สมมติว่าเลนส์เปิด f1.8 ได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ถ่ายรูปได้สว่างพอดี ไม่มืดเกินไป ไม่สว่างเกินไปที่ 1/60 ในขณะเดียวกัน เราเปิด f5.6 ถ้าจะให้ภาพสว่างเท่ากับกรณีแรก คุณอาจต้องถ่ายรูปที่ความเร็วชัตเตอร์ 1/15 วินาที ดังนั้น กรณีที่สองคุณจะต้องมือนิ่งๆ เพราะความเร็วชัตเตอร์ช้ามาก กว่ากล้องจะปิดกระจกรับแสง ถ้ามือคุณสั่นในจังหวะนี้ ภาพก็จะไม่ชัด เป็นต้น
จากเหตุผลเรื่องรูรับแสงของเลนส์คิทกระบอกนี้เริ่มที่ f3.5-5.6 หมายความว่า ที่มุมกว้างสุด (ไม่หมุนซูมเลย) ที่ 18mm (หรือ 28mm เทียบเท่ากล้องฟิล์ม 35mm) เลนส์นี้เปิดรูรับแสงได้กว้างที่สุด f3.5 และที่ซูมสุดกระบอก 55mm (หรือราว 88mm เทียบเท่ากล้องฟิล์ม 35mm) สรุปว่าถ้าคุณจะใช้เลนส์กระบอกนี้ถ่ายตอนแสงน้อย คุณจะใช้งานได้ง่ายที่สุดและหวังผลได้ที่ช่วงมุมกว้างสุดหรือ 18mm นั่นเอง
3 เลนส์ฟิก 85mm f1.8 USM เลนส์กระบอกนี้โดยธรรมชาติแล้วทั้งช่วงซูมและค่ารูรับแสงนับว่าเป็นเลนส์ที่เกิดมาเพื่อถ่ายรูปคนโดยเฉพาะ ด้วยสัดส่วนที่กำลังสวยและค่ารูรับแสงกว้างอย่างนี้ จะทำให้ถ่ายแบบชัดตื้น หรือหน้าชัดหลังเบลอ หรือที่เรียกกันว่าละลายฉากหลังได้สวย แน่นอนว่าค่า f1.8 ยังช่วยให้เราได้ความเร็วชัตเตอร์เพิ่มขึ้นอีกด้วย ถ้าค่าความเร็วชัตเตอร์สัก 1/30 ขึ้นไป จะช่วยให้คุณถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น โอกาสภาพเสียเพราะมือไม่นิ่งจะน้อยลง ยิ่งความเร็วชัตเตอร์สูง เรายิ่งมีโอกาสถ่ายภาพได้อย่างคมชัด เช่น 1/125 วินาที, 1/500 วินาทีเป็นต้น แม้เป้าหมายจะเคลื่อนไหว และ Work Shop ครั้งนี้ส่วนใหญ่ผมใช้เลนส์กระบอกนี้เป็นหลักครับ (แต่ก็มีใช้คิทบ้างเหมือนกัน)
4 แฟลซโบราณ ผมมีแฟลซโบราณ หรือแฟลซอะนาล็อกหนึ่งตัว ทุกอย่างต้องควบคุมด้วยตัวเอง แฟลซแต่ละตัวจะมีไกด์นัมเบอร์อยู่ เป็นตัวบอกระยะทำการว่ายิงหวังผลได้ไกลแค่ไหน ทั้งนี้การใช้แฟลซเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ต้องทำความคุ้นเคยกับแฟลซของคุณพอสมควร โดยเฉพาะกับแฟลซโบราณกระบอกนี้ ฮา ฮา พูดง่ายๆ คุณกับผมอาจถ่ายภาพออกมาไม่เหมือนกันที่การตั้งค่าเดียวกัน ดังนั้น เรื่องแฟลซเอาไว้อธิบายกันยาวๆ อีกทีดีกว่า
อ่านถึงตรงนี้ ขอทิ้งโจทย์ไว้ให้คิดกันเล่นๆ ก่อนลงสู่ภาคปฏิบัติในตอนต่อไป ตอนนี้ขอจบห้วนๆ กันแค่นี้ก่อนนะครับ... สวัสดี _/\_
วาทิต ชูสิน
บทความที่เกี่ยวข้อง
สารบัญบทความ
การถ่ายภาพเบื้องต้น
พิกวิวคาเฟ่
- watid : กินๆๆๆ
- veevie : Hollo ตอนเที่ยง ทานข้าวนะครับทุกคน
- candyman2 : เหร๋อออออออออออออออ
- watid : วันดีวันสบายๆ ครับพี่น้อง
- blackman5214 : บอร์ด...ร้าง...จริงด้วย..555
-
blackman5214
:

- candyman2 : เหงาที่ไหน เค้าเรียกว่าร้าง หะๆๆๆ
- blackman5214 : บอร์ด เหงา ๆ แหะ....
- candyman2 : 555
- candyman2 : อ้าว เดี๋ยวนี้เค้าไม่ ฝากท้องกันที่โรงพยาบาลแล้วเหร๋อ
Only registered users are allowed to post.








คอมเมนต์