การถ่ายภาพ Macro Photography ดูโลกใบจิ๋ว แบบบิ๊กบึ้ม!
ภาพถ่ายโลกใบจิ๋ว หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ถ่ายมาโคร” คงไม่ใช่วิถีการถ่ายภาพสำหรับทุกคน อย่างน้อยคุณต้องขยันเดิน เป็นคนช่างสังเกต มีความอดทนสูง มีความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของเป้าหมายตัวเล็กที่ต้องการถ่ายภาพ และถ้าคิดจะเอาจริงเอาจังกับเส้นทางสายนี้ คุณจำเป็นต้องมีอุปกรณ์พิเศษหลายชิ้นเพื่อตอบสนองต่อการถ่ายภาพธรรมชาติใบเล็ก แมลง ผีเสื้อ หนอน แมลงปอ ดอกไม้ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ผมต้องบอกให้รู้โดยทั่วกันว่าผลที่ได้มักทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นและมีชีวิตชีวา เพราะคุณได้รู้ว่าโลกภายนอกยังมีเพื่อนตัวเล็กเหล่านั้นอาศัยอยู่
สำหรับ Photo Technic ตอนนี้ เรามาเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวไปในโลกย่อส่วน สัมผัสชีวิตเพื่อนตัวจิ๋วที่ปกติเราจะเห็นไม่เต็มตา แต่เมื่อเราศึกษาการถ่ายภาพมาโคร มุมมองของเราต่อเพื่อนตัวน้อยก็จะชัดเจนขึ้น เต็มตามากยิ่งขึ้น... การถ่ายภาพมาโครไม่ยาก และไม่ง่าย คุณสามารถใช้กล้องดิจิตอลที่มีในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิตอลคอมแพค หรือกล้อง DSLR แบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ แต่คุณต้องศึกษาและรู้ถึงข้อจำกัดของกล้องของคุณ ว่าสามารถถ่ายภาพมาโครได้แค่ไหน เพราะคำว่ามาโครในโลกถ่ายภาพจะหมายถึงการขยายส่วน ดังนั้นกำลังขยายของเลนส์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องคำนึงถึง
เพื่อเป็นแนวทาง เรามาพูดถึงภาพรวมของการถ่ายภาพมาโครกันก่อน ในแง่ของแนวคิด วิธีการ ส่วนเรื่องของอุปกรณ์ผมจะมาขยายความให้ฟังกันอีกครั้งแน่นอน
{mospagebreak}
[1] ค้นคว้า
สิ่งจำเป็นเบื้องต้นก่อนเดินดุ่มๆ เข้าไปถ่ายมาโคร อย่างน้อยคุณต้องศึกษาสถานที่ก่อน จำไว้ว่าคุณไปที่นั่นเพื่อถ่ายรูป อย่าเสียเวลามองหาเป้าหมายแบบไร้ทิศทาง สถานที่นั้นอาจเป็นป่าเขา น้ำตก สายธาร หรือแม้แต่หลังบ้านคุณ จะเป็นการดีถ้าคุณรู้ว่าสถานที่นั้นมีอะไร และจะยิ่งดีกว่ามากถ้าระบุได้อยู่ตรงไหนของสถานที่ เช่น มีเห็ดแชมเปญ หรือ เห็ดถ้วยชมพู มีผีเสื้อหลายชนิดที่ธารน้ำตก มีแมงปอเข็ม สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณรู้ว่าควรหยิบอุปกรณ์อะไรติดมือไป จะได้ไม่หนักมาก และไม่เสียเวลาค้นหาเป้าหมายด้วย
ตัวอย่างสถานที่ซึ่งเหมาะกับการแบกกล้องไปถ่ายมาโคร:-
• น้ำตกเจ็ดคต อยู่ที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
• อุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี
• ผีเสื้อที่แก่งกระจาน
• น้ำตกโกรกอีดก อ. บ้านนา จ. สระบุรี
• ใกล้ที่สุดสำหรับคนกรุงฯ อุทยานผีเสื้อ สวนรถไฟ

ตัวอย่างภาพผีเสื้อ ถ่ายที่สวนรถไฟ ขนาดจริงของผีเสื้อในรูปเล็กประมาณเหรียญ 1 บาท
ถ้าคุณต้องการซ้อมมือ ลองดูอุทยานสวนดอกไม้ หรืออุทยานผีเสื้อก็พอไหว แต่ถ้ามีเวลาออกไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็มีสถานที่ที่น่าสนใจและเหมาะสำหรับถ่ายมาโครอยู่ไม่น้อย ตัวอย่างนี้แค่น้ำจิ้มเท่านั้น
ตัวอย่างภาพมาโคร ถ่ายที่เจ็ดคต สระบุรี (Olympus E-410 + เลนส์ 35mm f3.5)
{mospagebreak}
[2] เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม
ถ่ายภาพมาโครจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่าจุกจิกก็ได้ เพราะสิ่งสำคัญสำหรับการถ่ายภาพมาโครคือการเลือกอุปกรณ์อย่างเหมาะสม ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากได้ภาพประมาณไหน เช่นถ้าคุณมีกล้อง DSLR ถ้ามีทุนหน่อยก็ลองหาเลนส์มาโครสักกระบอก ส่วนช่วงของเลนส์ก็ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่คุณต้องการถ่ายสามารถเข้าใกล้ได้แค่ไหน และต้องการกำลังขยายเท่าไหร่ แต่ถ้างบจำกัด มีกล้อง DSLR-like คุณก็อาจใช้อุปกรณ์เสริมอย่างโคลสอัพฟิลเตอร์ เพื่อเพิ่มกำลังขยายให้กับหน้าเลนส์เป็นต้น
อุปกรณ์ที่ผมใช้ถ่ายภาพตัวอย่าง มีทั้งกล้อง DSLR และ DSLR-like ส่วนคอมแพคไว้ว่างจะลองให้ดู
* Sony R1 ปรับโหมดโฟกัสแบบมาโครเท่านั้น ไม่มีอุปกรณ์เสริมอื่นใด
* Canon 400D + Sigma 17-70mm f2.8-4.5 เลนส์สารพัดประโยชน์ ถ่ายมาโครได้ดีทีเดียว
* Olympus E-410 + เลนส์ฟิก 35mm f3.5 macro (ภาพชุด เจ็ดคต)
ตัวอย่างภาพมาโคร ถ่ายที่บ้านน้าบาง บางปะอิน (Sony R1)
[3] วันและเวลา
เวลาเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่ต้องคำนึงถึง เวลาต่างกันนอกจากเรื่องสภาพแสงแล้วยังมีเรื่องของเป้าหมายด้วย เช่น ถ้าคุณไปเช้าตั้งแต่ 7.30 น. จนถึงช่วง 11.00 คุณจะเจอผีเสื้อและแมลงปอมากหน่อย ถ้าสถานที่ที่ไปเป็นลำธารหรือมีธารน้ำใต้แสงแดด สำหรับทริปของผู้เขียน ตัวอย่างภาพเหล่านี้มีถ่ายที่สวนรถไฟ และน้ำตกเจ็ดคตสระบุรี นอกจากเรื่องเวลา ก่อนออกเดินทาง คุณควรดูสภาพอากาศของวันนั้นด้วย

[4] ความอดทน
จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพแนวไหน ก็ต้องใช้ความอดทนทั้งนั้น แต่สำหรับการถ่ายภาพมาโคร คุณต้องอดทนหลายเรื่อง แมลงปอ ผีเสื้อไม่อยู่นิ่งให้เราถ่ายง่ายๆ เราต้องมีความอดทน บางครั้งต้องนั่งนิ่งๆ หายใจเบาๆ เพื่อรอเวลาให้แมลงปอมาเกาะในตำแหน่งที่ต้องการ ความอดทนจะทำให้คุณได้ภาพที่หายาก คุณอาจไม่เคยเห็นผีเสื้อฉี่ ถ้าคุณมีความอดทนพอและสังเกตได้ทัน คุณอาจได้ภาพผีเสื้อฉี่เป็นสายกลับมาดูเล่น หรือแม้แต่ภาพแมงมุมขยุ้มเหยื่อ ภาพตั๊กแตนเกาหัว สิ่งเหล่านี้ต้องการความอดทนรอคอย และคุณต้องอยู่ในตำแหน่งที่ดี ศึกษาพฤติกรรมของเป้าหมายก่อนไปด้วย
[5] ลองโหมดแมนนวล
ถ้าคุณใช้โหมดโฟกัสอัตโนมัติ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่อย่าลืมว่าการถ่ายภาพมาโคร หมายถึงเป้าหมายที่มีขนาดเล็ก เลนส์มาโคร หรือการใช้โคลสอัพฟิลเตอร์มักจะมีช่วงโฟกัสแบบชัดตื้น การเปิดรูรับแสงแคบก็พอช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าต้องการความแม่นยำ เช่นโฟกัสไปที่ตาของผีเสื้อ โฟกัสไปที่ตาแมลงปอ งานนี้ต้องพึ่งสายตาของตัวเองเป็นหลัก ถ้าคุณสายตาดีพอ ให้ลองใช้โฟกัสแบบแมนนวล หมุนหาจุดโฟกัสที่คุณต้องการ คุณอาจใช้ระบบโฟกัสแบบกึ่งอัตโนมัติ ในกล้องบางรุ่นสามารถล็อกโฟกัสก่อน แล้วหมุนวงแหวนโฟกัสช่วยอีกครั้ง จะได้โฟกัสได้อย่างแม่นยำที่สุด
{mospagebreak}
[6] เติมให้เต็มเฟรม
การจัดองค์ประกอบภาพเบื้องต้น ใช้ได้เสมอ สำหรับการถ่ายภาพมาโครถ้าคุณคิดไม่ออก ไม่มีไอเดีย ก็ให้ถ่ายภาพให้เต็มเฟรมไว้ก่อน แมลงตัวเล็กถ้าถ่ายเต็มเฟรม โฟกัสแม่นยำ คุณจะได้ภาพมาโครโลกใบจิ๋วแบบบิ๊กบึ้มแน่นอน บางครั้งอาจต้องพยายามเข้าใกล้เป้าหมายให้มากที่สุด เพื่อให้เป้าหมายแสดงเต็มเฟรม เพราะถ้าอยู่ไกลไป เป้าหมายจะมีขนาดเล็กมากจนไม่รู้ว่าคุณต้องการถ่ายรูปอะไรกันแน่
[7] ใช้ความนุ่มนวลเข้าช่วย
การถ่ายภาพมาโคร ส่วนใหญ่นิยมถ่ายภาพที่รูรับแสงแคบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ได้รายละเอียดเป้าหมายคมชัดทั้งตัว เช่นถ่ายภาพดอกไม้ให้ชัดตั้งแต่เกศรไปจนถึงปลายดอก การเปิดรูรับแสงแคบเช่น f8 (ตัวเลขยิ่งเยอะ รูรับแสงยิ่งแคบ) จะช่วยให้เราได้รายละเอียดของเป้าหมายตัวเล็กคมชัดทั้งตัว แต่ผลของการเปิดรูรับแสงแคบสิ่งที่ตามมาคือความเร็วชัตเตอร์จะต่ำลงตามไปด้วย คุณอาจเพิ่ม ISO ช่วยได้ หรือใช้ขาตั้งกล้อง แต่อย่าลืมว่าถ้าเป้าหมายเป็นสัตว์ตัวเล็ก มันเคลื่อนไหวเร็ว หรือเกาะบนใบไม้มีลมพัด โอกาสที่ภาพเบลอมีสูงแม้คุณใช้ขาตั้งกล้อง ทางที่ดีที่สุดคือพยายามคุมความเร็วชัตเตอร์ให้ไม่ต่ำจนเกินไป ราว 1/250 วินาทีถ้าเป็นไปได้ แต่ถ้าจำเป็น คุณสามารถใช้รูรับแสงกว้างขึ้น (f ตัวเลขน้อยลง) เช่น f4 เพื่อให้ได้ความเร็วชัตเตอร์สูงขึ้น แต่ผลที่ตามมาคือโฟกัสแบบชัดตื้น คุณต้องเลือกจุดโฟกัสให้เหมาะสม แม้ภาพไม่ชัดทั้งตัวแบบ แต่ถ้าเบลอภาพอย่างเหมาะสม ภาพก็สวยงามได้เช่นกัน เช่นโฟกัสให้ชัดช่วงตา หัว ของแมลงปอ ปลายหางจะเบลอไปถึงฉากหลังก็พอยอมรับได้
[8] ลองเปลี่ยนมุมมอง
ถ่ายมาโครเลือกมุมมากไม่ได้ แต่ถ้ามีโอกาส ก็ลองขยับมุมมอง คุณอาจลองถ่ายพรอตเทร่ตหน้าตรงผีเสื้อ หรือลองมุมมองมด แหงนหน้ามองแมลงปอโดยการถ่ายมุมต่ำ บ่อยครั้งที่เราถ่ายมาโครแบบท็อปวิว เนื่องจากเป็นมุมที่ถ่ายง่าย ยืนถ่ายหรือนั่งถ่ายได้เลย แต่โลกใบจิ๋วมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด คุณลองมองด้วยมุมมองเดียวกันกับพวกมันดู บางครั้งเราก็ต้องยอมเปียก นอนราบไปกับพื้นธารน้ำตื้นเพื่อถ่ายภาพผีเสื้อที่เกาะบนโขดหิน รับรองว่าภาพที่ได้จะประทับใจไปอีกนาน (รวมถึงความทรงจำว่าต้องทิ้งชุดเก่งเพราะอะไร)
[9] แพทเทิร์นจากธรรมชาติ
อย่ามองดูแค่แมลงหรือดอกไม้เท่านั้น ในธรรมชาติยังมีอะไรสวยๆ อีกมากมายรอให้คุณค้นหา แพทเทิร์นจากธรรมชาติ ลายไม้ ธารน้ำ ใยแมงมุม และอีกมากมายรอให้คุณเก็บภาพ
{mospagebreak}
การตั้งค่าสำหรับถ่ายภาพมาโคร
ผมชอบใช้โหมดถ่ายภาพแบบ Aperture priority หรือที่เรียกกันติดปากว่าโหมด A ในการถ่ายภาพแมลง ซึ่งเป็นโหมดที่ให้เราตั้งค่ารูรับแสงเอง กล้องจะปรับค่าความเร็วชัตเตอร์ให้อัตโนมัติแปรผันกับค่าแสง ส่วนรูรับแสงหรือ f-stop ที่ผมใช้ส่วนใหญ่อยู่ที่ f11 ถึง f16 สำหรับเป้าขนาดจิ๋ว และ f8 ถึง f11 สำหรับผีเสื้อ นอกจากนี้ผมยังตั้งค่าชดเชยแสงจาก 1/3 ถึง -2/3 (ขึ้นกับแสงธรรมชาติขณะนั้น) และตั้งความไวแสงไว้ที่ ISO400 ในกรณีที่ฟ้าปิด บางครั้งเป้าหมายอยู่ในร่มเงาผมอาจต้องใช้ ISO สูงถึง ISO800 สำหรับกล้อง DSLR รุ่นใหม่ๆ สามารถเร่ง ISO ได้อยู่แล้ว ส่วนการตั้งค่าแฟลซภายนอก ผมใช้แฟลซเติมแสงเพื่อเปิดรายละเอียดในบริเวณเงา โดยจะตั้งค่าชดเชยแฟลซไว้ที่ -1.33 แต่ก็ขึ้นอยู่กับแสงธรรมชาติขณะนั้นด้วย ตอนนี้เราใช้กล้องดิจิตอลแล้ว คุณสามารถเช็คค่าด้วยการทดลองถ่าย จากนั้นก็ปรับค่าจนเป็นที่พอใจ ในบางกรณีผมใช้ MLU (Mirror Lock-up) เพื่อลดการสั่นไหว แต่เฉพาะตอนที่ผมใช้ขาตั้งกล้องไตรพอดเท่านั้น
Tips ในการถ่ายภาพมาโคร
การอดทนเป็นกุญแจสำหรับในการถ่ายภาพมาโคร พยายามอดทน การพยายามเข้าใกล้เป้าหมายไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต้องอดทนและระมัดระวัง แมลงสามารถมองเห็นเงาได้ ดังนั้นพยายามอย่ายืนใต้แสง เมื่อเกิดเงา แมลงจะไหวตัวและบินหนีไป ช่วงเช้า (ราว 7.30-9.30 น.) เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการถ่ายภาพแมลง นอกจากเรื่องของแสงแล้วยังมีเรื่องของพฤติกรรมแมลงซึ่งคุณจะเห็นตัวได้เยอะในช่างนี้
นี่คือ Tips ในการถ่ายภาพมาโครซึ่งผมเรียนรู้จากประสบการณ์และเพื่อน
- [1] เลือกฉากหลังให้เครียร์ การถ่ายภาพแมลงตัวเล็ก หรือเป้าหมายขนาดเล็ก ถ้าฉากหลังรก ภาพก็จะดูไม่รู้เรื่อง ดังนั้นพยายามเลือกฉากหลังที่เครียร์ หรือมีสีสันที่ตัดให้แบบของเราดูเด่นขึ้นมา ถ้าพบว่าฉากหลังดูไม่ดีเท่าที่ควร ให้ลองขยับมุมจนได้มุมที่ดีที่สุด
- [2] ให้แน่ใจว่าคุณอยู่ขนานกับเป้าหมาย เพื่อให้ได้ความลึกของภาพ (Depth of Field) มากที่สุด
- [3] ใช้โฟกัสแบบแมนนวลสำหรับเป้าหมายขนาดเล็กจิ๋ว และใช้สายตาอย่างระมัดระวัง ถ้าเป็นผีเสื้อ ผมใช้ระบบโฟกัสอัตโนมัติ
- [4] พยายามใช้โหมดถ่ายภาพ A และปรับค่ารูรับแสงไปที่ f11 ถึง f16 เพื่อให้ได้รายละเอียดแมลงทั้งตัว แต่ถ้าเป็นผีเสื้อสามารถใช้ f5.6 ถึง f11 แต่ให้ระวังความเร็วชัตเตอร์อย่าให้น้อยจนเกินไป
- [5] ค่อยๆ เข้าใกล้เป้าหมายของคุณอย่างช้าๆ พยายามอย่าหยุดใกล้เป้าหมายมากเกินไป
- [6] สำหรับผีเสื้อ และแมลงปีกอื่นๆ พยายามอย่าเข้าใกล้พวกมันทันทีที่มันเพิ่งลงจอด หรือบินไปเกาะกิ่งไม้ ให้รอจนกว่ามันนิ่งแล้วค่อยขยับตัว
- [7] คุณสามารถใช้การเติมแสงแฟลซ (ฟิวแฟลซ) เพื่อเปิดเงาได้เหมือนการถ่ายภาพประเภทอื่น
วาทิต ชูสิน
สารบัญบทความ
การถ่ายภาพเบื้องต้น
พิกวิวคาเฟ่
- watid : กินๆๆๆ
- veevie : Hollo ตอนเที่ยง ทานข้าวนะครับทุกคน
- candyman2 : เหร๋อออออออออออออออ
- watid : วันดีวันสบายๆ ครับพี่น้อง
- blackman5214 : บอร์ด...ร้าง...จริงด้วย..555
-
blackman5214
:

- candyman2 : เหงาที่ไหน เค้าเรียกว่าร้าง หะๆๆๆ
- blackman5214 : บอร์ด เหงา ๆ แหะ....
- candyman2 : 555
- candyman2 : อ้าว เดี๋ยวนี้เค้าไม่ ฝากท้องกันที่โรงพยาบาลแล้วเหร๋อ
Only registered users are allowed to post.








คอมเมนต์
สงสัยตรงไหนก็ฝา กข้อความไว้ได้น ะครับ หรือจะเข้าไปคุย กันในบอร์ดก็ดีเ หมือนกันครับ
ไว้ว่างๆ มาแจมทริปด้วยกั น ^-^