110 ปีของคาร์ลไซซ์ (Carl Zeiss)

“คาร์ล ไซซ์” ได้จัดตั้งห้องปฎิบัติการทางกระจกขึ้น และที่นี่เอง ดอกเตอร์สก๊อตได้ผลิตกระจกที่สมบรูณ์แบบขึ้น เป็นกระจกที่ใสที่สุดไม่มีรอย ไม่มีมัว ทำให้สามารถกระจายแสงได้ในทุกความยาวคลื่น เหมาะที่สุดสำหรับทำเลนส์คุณภาพสูงมีชื่อในเยอรมัน และเป็นเมืองที่ตั้งของห้องปฎิบัติการทางเลนส์ของ “คาร์ล ไซซ์” ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2389 โดยร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยในเมืองนี้
คาร์ล ไซซ์ ทำงานเป็นช่างกลในมหาวิทยาลัย และขณะเดียวกันก็ดำเนินธุรกิจส่วนตัวที่ผลิตกล้องส่องทางไกล 2 ตา และกล้องขยายสำหรับห้องวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์ของคาร์ล ไซซ์ ส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก สิ่งที่ทำให้ผลผลิตของ คาร์ลไซซ์มีคุณภาพดีโด่งดังไปทั่วโลกนี้ คาร์ล ไซซ์ได้รับความช่วยเหลือจาก “โปรเฟสเซอร์เอินส์ท แอบเบ” ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ทางด้านฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัย เจนา “โปรเฟสเซอร์เอินส์ท แอบเบ” เป็นผู้ค้นพบกฎทางฟิสิกส์ ที่ทำให้สามารถผลิตเลนส์ให้มีความเที่ยงตรงสูงได้ตามที่คำนวณไว้
ธุรกิจของคาร์ล ไซซ์ ได้รับความสำเร็จอย่างสูง และต่อเนื่องตลอดมา และโปรเฟสเซอร์เอินส์ท แอบเบ ก็ได้เป็นหุ้นส่วนของ “บริษัทคาร์ล ไซซ์” ในเวลาต่อมา
การผลิตเลนส์ถึงจุดสุดยอด และทางตัน เมื่อเลนส์รุ่นต่อๆมาต้องการความเที่ยงตรงขึ้นเรื่อยๆ จนช่างไม่สามารถเจียรเลนส์ได้ละเอียดกว่านี้อีกแล้ว อีกทั้งค่าดัชนีหักเหของแสง และความใสของแก้วที่ได้จากการคำนวณก็สูงเกินกว่าที่เทคโนโลยีการผลิตแก้วในช่วงเวลานั้นจะทำได้
ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2422 โปรเฟสเซอร์เอินส์ท แอบเบ ได้รับจดหมายจากนักเคมีหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อว่า “ดอกเตอร์ฟริดริช ออโต สก็อต” ซึ่งได้ทำงานวิจัยไว้ในหัวข้อเรื่อง “ความเพี้ยนในการผลิตกระจกหน้าต่าง” เป็นรายงานทางวิทยาศาสตร์เรื่องแรกที่มีการวิจัยในด้านการผลิตแก้วขึ้น ต่อมาดอกเตอร์ฟริดริช ออโต สก็อต ก็ได้เป็นนักวิจัยเกี่ยวกับเคมีที่ผสมในกระจกที่มีชื่อเสียง และเป็นผู้ริเริ่มสาขาวิชาปฏิกิริยาเคมีที่อุณหภูมิสูง
ในจดหมายถึงโปรเฟสเซอร์เอินส์ท แอบเบนั้น ดอกเตอร์สก็อต ได้กล่าวถึงแก้วที่เขาคิดขึ้น โดยมีส่วนผสมของลิเทียม ทำให้ได้แก้วที่แปลกออกไป เนื่องจากเป็นแก้วที่มีความใสสูงมาก ดอกเตอร์สก็อตได้เสนอว่า แก้วผสมลิเทียมของเขาจะเหมาะกับการผลิตเลนส์หรือไม่ คำตอบก็คือว่า “ยังใช้ไม่ได้” แต่โปรเฟสเซอร์เอินส์ท แอบเบ ก็ได้ความคิดว่า ผลงานของดอกเตอร์สก็อตนั้นได้เดินมาถูกทางแล้ว
ในเดือนมกราคม พ.ศ.2425 ดอกเตอร์สก็อต ก็ย้ายมาอยู่เมืองเจนาเพื่อร่วมงานกับคาร์ล ไซซ์ และโปรเฟสเซอร์เอินส์ท แอบเบ และอีก 2 ปีต่อมา ดอกเตอร์สก็อต โปรเฟสเซอร์เอินส์ท แอบเบ และลูกชายของคาร์ล ไซซ์ ได้จัดตั้งห้องปฎิบัติการทางกระจกขึ้น และที่นี่เองดอกเตอร์สก็อต ได้ผลิตกระจกที่สมบรูณ์แบบขึ้นเป็นกระจกที่ใสที่สุดไม่มีรอยไม่มีมัว ทำให้สามารกระจายแสงได้ในทุกความยาวคลื่น เหมาะที่สุดสำหรับการทำเลนส์คุณภาพสูง ดอกเตอร์สก็อต ผลิตกระจกนี้ขึ้นมาโดยการผสมสารตะกั่วบิสมุทกับแอทิโมนี
ดอกเตอร์สก็อต ได้ทำการพัฒนากระจกคุณภาพสูงชนิดต่างๆขึ้นมา 250 ชนิด รวมทั้งกระจกทนความร้อนสูงที่เรียกว่า “แก้วเจนา” ซึ่งเป็นกระจกที่ไม่เปลี่ยนคุณสมบัติเมื่อโดนความร้อน และทนต่อสารเคมีต่างๆ จึงเป็นกระจกที่ใช้สำหรับในห้องทดลองเคมี และสำหรับเครื่องใช้ในบ้าน เครื่องใช้ในครัว เป็นต้น
คาร์ล ไซซ์ เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.2431 เมื่ออายุ 72 ปี ต่อมาลูกชายของคาร์ล ไซซ์ ก็เกษียนจากบริษัท ก็คงเหลือแต่โปรเฟสเซอร์เอินส์ท แอบเบ เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว และต่อมาในปีพ.ศ.2435 โปรเฟสเซอร์เอินส์ท แอบเบ ก็ได้จัดตั้งมูลนิธิคาร์ล ไซซ์ขึ้น พร้อมกับได้โอนลิขสิทธิ์ผลงานต่างๆ และหุ้นที่เขาเป็นเจ้าของอยู่ให้กับมูลนิธิจนหมด มูลนิธิคาร์ลไซซ์มีหน้าที่ดูแลการจัดใช้ผลประโยชน์ในการค้นคว้าพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ และกิจการของมหาวิทยาลัยเจนา กับให้ความดูแลความเป็นอยู่ของพนักงานของบริษัททั้งหมด
โปรเฟสเซอร์เอินส์ท แอบเบ ได้จัดการให้ลูกจ้างของบริษัทได้มีผลประโยชน์ตอบแทนที่ดี มีวันหยุดพักผ่อนประจำปี ผลตอบแทนจากผลกำไร เงินบำนาญ และรับรองว่าทำงานแค่วันละ 9 ชั่วโมง(สำหรับในสมัยนั้นจัดว่าดีกว่าที่อื่นมาก ต่อมาก็ได้ลดลงเหลือวันละ 8 ชั่วโมง)ซึ่งสวัสดิการเหล่านี้ไม่มีในยุคสมัยนั้น
เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ดูเหมือนว่า มูลนิธิคาร์ล ไซซ์ก็ได้สิ้นสุดลงด้วย เมื่อรัฐบาลเยอรมันตะวันออก ได้เข้ายึดบริษัททั้งหมด แล้วเปลี่ยนเป็นบริษัทของรัฐ โดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้พนักงานเลย แต่ไม่นานบริษัทคาร์ล ไซซ์ ก็ได้ตั้งขึ้นมาใหม่อีกที่เมืองเมซซี ในเยอรมันตะวันตก ต่อมาเมื่อเยอรมันรวมประเทศในพ.ศ.2534 บริษัททั้ง 2 ที่ถูกแยกตัวออกจากกันไปนานหลายสิบปี ก็ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเป็นบริษัทเดียวกัน ภายใต้ชื่อเสียงที่โด่งดังในนาม “ไซซ์” (Ziess)
โดย ชัยเอก
***คัดลอกมาจาก “นิตยสารโฟโตสแอนด์กราฟโฟ ( Photo & Grapho) ปีที่ 9 ฉบับที่ 106(พ.ศ.2535-2536)***
***เรียบเรียง และแก้ไขคำผิดโดย i am pex***
หมายเหตุ ผมได้คัดลอกโดยมีการแก้ไขคำผิดหรือการเปลี่ยนแปลงคำ คำทับศัพท์ เรียบเรียงให้อ่านได้เข้าใจมากขึ้น เหมาะกับยุคสมัย ซึ่งยังคงเนื้อหาหลักที่ผู้เขียนเดิมคือ คุณชัยเอกนำเสนอไว้ และเนื้อหาที่นำเสนอนี้ก็เพื่อเป็นประโยชน์กับคนที่รักการถ่ายรูปทุกท่านต่อไปครับ........................25 กันยายน 2552
i am pex
บทความที่เกี่ยวข้อง
สารบัญบทความ
การถ่ายภาพเบื้องต้น
พิกวิวคาเฟ่
- watid : กินๆๆๆ
- veevie : Hollo ตอนเที่ยง ทานข้าวนะครับทุกคน
- candyman2 : เหร๋อออออออออออออออ
- watid : วันดีวันสบายๆ ครับพี่น้อง
- blackman5214 : บอร์ด...ร้าง...จริงด้วย..555
-
blackman5214
:

- candyman2 : เหงาที่ไหน เค้าเรียกว่าร้าง หะๆๆๆ
- blackman5214 : บอร์ด เหงา ๆ แหะ....
- candyman2 : 555
- candyman2 : อ้าว เดี๋ยวนี้เค้าไม่ ฝากท้องกันที่โรงพยาบาลแล้วเหร๋อ
Only registered users are allowed to post.








คอมเมนต์