LOGIN | REGISTER

PIXVIEW.NET บ้านของคนรักการถ่ายภาพ!

ไม่ว่าคุณจะเข้ามาที่นี่ด้วยความบังเอิญ หรือตั้งใจ เมื่อเข้ามาแล้ว
ขอให้แบ่งปันรอยยิ้ม มิตรภาพแก่กัน ที่นี่ไม่มีแบ่งฝ่ายแบ่งสี

สมัครสมาชิก!

May 23

มือใหม่... หัดเปลี่ยนเลนส์

สำหรับ : มือใหม่และมือสมัครเล่น

กล้อง : ทั้งคอมแพคและ DSLR 

ช่วงนี้ตลาดกล้อง DSLR หรือกล้องแบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้กำลังโต ด้วยราคาที่ลดลงมาพอให้จับต้องได้ ทำให้ตอนนี้ตลาดเลนส์ก็มีแนวโน้มโตตามกันไป เรียกได้ว่าได้อานิสงค์ไปเต็มๆ สำหรับเรื่องเลนส์ ท่านผู้อ่านที่เพิ่งขยับขึ้นมาเล่นกล้อง DSLR ผมขอเล่าให้ฟังเพื่อปูพื้นกันก่อน กล้อง DSLR มีหลายแบรนด์ เช่นแคนนอน นิคอน โซนี่ โอลิมปัส เพนแท็ก พานาโซนิค ซึ่งมีความเหมือนกันคือสามารถหาซื้อเลนส์มาเปลี่ยนได้ แต่จะแตกต่างกันตรงคำว่า "เลนส์เมาน์" หรือจะเรียกว่าเมาน์เลนส์ก็แล้วแต่สะดวก กล้องแคนนอนเราก็อาจเรียกว่เมาน์แคนนอน ของนิกค์ก็เมาน์นิคอน เวลาไปซื้อเลนส์ ถ้าเป็นเลนส์แคนนอน ก็รู้ได้ว่าต้องใช้กับแคนนอนแน่นอน แต่ถ้าเป็นเลนส์ของ thirds party อย่างแบรนด์ Sigma หรือแทมรอน และอื่นๆ เราก็ต้องดูว่าเลนส์นั้น เมาน์อะไรนั่นเองครับ

cover.jpg

ความแตกต่างเหล่านี้เป็นจุดที่เราต้องรู้ เพื่อให้เลือกซื้อเลนส์ได้ถูกต้อง และทำงานเข้ากันได้กับกล้อง DSLR ของเรา

ทำไมต้องเปลี่ยนเลนส์? เป็นคำถามง่ายๆ และก็ตอบไม่ยากถ้าเข้าใจ เปรียบเทียบการถ่ายรูปกับการวาดรูปบนกระดาษ ให้คิดว่าเลนส์เป็นพู่กัน แสงคือสี และเซ็นเซอร์คือกระดาษ ลองคิดตามนะครับ.. พู่กันมันหลายเบอร์และช่วยให้เราวาดภาพ ลากเส้นได้น้ำหนักแตกต่างกันตามเบอร์พู่กัน เลนส์ก็เช่นเดียวกัน เลนส์มีช่วงทางยาวโฟกัสและรูรับแสง เป็นเหมือนเบอร์ของเลนส์ และให้ผลของมุมมองภาพที่แตกต่างกันนั่นเอง

ความหมายก็คือ ถ้าคุณรู้ว่าคุณลักษณะของเลนส์แต่ละกระบอกให้ภาพอย่างไร คุณก็จะเข้าใจว่าควรจะเปลี่ยนเลนส์ในสถานการณ์ไหน และควรจะเลือกซื้อเลนส์แบบใดให้เหมาะกับตัวเอง

ผมมีเขียนบทความเรื่อง รอบรู้เรื่องเลนส์ ตอน มุมมองภาพ ซึ่งอธิบายถึงมุมมองในช่วงทางยาวโฟกัสตั้งแต่ มุมกว้าง ไปจนถึงเทเลโฟโต้ ก็ไม่ขอพูดซ้ำเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในบทนี้จะแนะนำพื้นฐานเรื่องเลนส์ให้มือใหม่เท่านั้นครับ ..

คุณลักษณะของเลนส์ที่ควรรู้ไว้
ทางยาวโฟกัส : เป็นคุณลักษณะอันดับแรกที่เราใช้ในการพิจารณาว่าจะซื้อเลนส์กระบอกไหนดี เพราะทางยาวโฟกัสมีผลกับมุมมองภาพ อาจจะดูวุ่นวายเพราะตัวเลขอย่าง 28mm, 70-200mm มันคืออะไร ตอนผู้เขียนเล่นกล้องใหม่ๆ ก็งงกับตัวเลขเหล่านี้เช่นกัน ฮา ฮา..

ก่อนจะพูดถึงตัวเลขทางยาวโฟกัส เรามีทำความเข้าใจกันก่อนกับคำว่า "เทียบเท่ากล้องฟิล์ม 35mm" ซึ่งเราใช้เป็นมาตรฐานในการอ่านค่าทางยาวโฟกัส ของเลนส์ เพราะกล้องดิจิตอล DSLR แต่ละแบรนด์ใช้เซอร์เซอร์ขนาดไม่เท่ากัน ขนาดของเลนส์เมาน์ก็ไม่เท่ากัน การรับแสงตกไปที่เซ็นเซอร์ก็มีสัดส่วนไม่เท่ากัน มันเป็นที่มาของค่าตัวคูณหรือ FOV เชื่อว่าคุณอาจเคยได้ยินว่าแคนนอนต้องคูณ 1.6 นิคอนต้องคูณ 1.5 หรือโอลิมปัสต้องคูณ 2

ตัวคูณ FOV มีไว้เพื่อคูณกับตัวเลขทางยาวโฟกัส เพื่อให้ได้ค่ามาตรฐานซึ่งเทียบกับ "ทางยาวโฟกัสของกล้องฟิล์ม 35mm" นั่นเองครับ เช่นเลนส์คิท 18-55mm ของแคนนอน ที่แถมมากับ 400D เราคูณ 1.6 ก็จะได้ตัวเลข 28.8-88mm เทียบเท่ากล้องฟิล์ม 35mm

อีกตัวอย่างหนึ่ง เลนส์แพนเค๊กของโอลิมปัสที่เพิ่งออกมา เป็นเลนส์ฟิก 25mm เราก็ต้องคูณตัวคูณ FOV ซึ่งก็คือ 25 x 2 = 50mm เทียบเท่ากล้องฟิล์ม 35mm ซึ่งให้มุมมองภาพเทียบเท่าตาคน (อ่านเรื่องมุมมองภาพ)

"สรุปง่ายๆ ว่าเลนส์เมาน์แต่ละแบรนด์ก็มีตัวเลขทางยาวโฟกัสเป็นของตัวเอง จึงต้องมีตัวคูณ FOV มาคูณเพื่อให้ได้ค่าตัวเลขทางยาวโฟกัสที่อ่านแล้ว "เป็นมาตรฐานเดียวกัน" นั่นเองครับ"

เปิดไปอีกหน้าเลยครับ รับรองว่าอ่านแล้วสนุกและได้ประโยชน์แน่นอน

**** คนใช้กล้องคอมแพคก็อ่านได้นะ 

{mospagebreak}

 

ภาพถ่ายและ ผลของทางยาวโฟกัส

คุณผู้อ่านครับ สำหรับมือใหม่แล้ว แรงกระตุ้นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณซื้อเลนส์ อันที่มีผลต่อการตัดสินใจมากก็คงหนีไม่พ้น "ความอยากได้ภาพสวยขึ้น"

ขอกล่าวพาดพิงกันเล็กน้อยก็อย่าว่ากัน มันเป็นความจริงซึ่งผู้เขียนเองก็เคยมีช่วงเวลาที่มีความเชื่อเช่นเดียวกันนี้ เนื่องจากแรกเริ่ม หลังจากใครหลายๆ คนซื้อกล้อง DSLR เครื่องแรก สำหรับมือใหม่หลายคนที่ตัดสินใจซื้อกล้อง DSLR ก็เพราะอยากถ่ายภาพสวย ได้ภาพเนียนเหมือนพี่ๆ น้าๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจหลายๆ ท่าน

แต่... ช่วงแรกที่ใช้กล้อง DSLR กลับพบว่า ภาพที่ได้ไม่เป็นอย่างที่ใจคิด ทำไมภาพไม่เนียนเหมือนพี่ๆ น้าๆ ทำไมฉากหลังไม่ละลาย ตัวแบบไม่ลอยเด่นออกมาเหมือนอย่างที่คิดไว้ตอนก่อนซื้อ...

มันก็กลายเป็นคำถามคาใจ และก็ได้คำตอบในไม่ช้าว่า อ้อ... เป็นเพราะเราใช้เลนส์ kit คุณภาพที่ได้ก็เลยไม่ดีเท่าที่ควร ถ้าใช้เลนส์เทพ ริมแดง มีตัว L เสริมท้าย มีคำว่า VR อยู่ที่กระบอกเลนส์ ภาพที่ได้ก็คงใสกิ๊ก..

ว่าแล้วก็ไปถอยเลนส์ราคาหลายหมื่นมากอดสมใจอยาก...
โดยที่ไม่ได้ศึกษาเลยว่า ช่วงทางยาวโฟกัสมีผลต่อภาพอย่างไร ระยะโฟกัสใกล้สุดของเลนส์ มีผลต่อการถ่ายภาพของเราอย่างไร รู้แต่ว่าอยากได้ภาพอย่างพี่ๆ น้าๆ ก็ซื้อเลนส์กระบอกเดียวกันนั่นแหล่ะ..

ปัญหานี้ ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นกับผู้อ่าน PIXVIEW.NET อย่างน้อยๆ อยากให้เพื่อนๆ สมาชิกได้รู้ก่อนเดินไปซื้อเลนส์มาใช้ว่า.. ที่ซื้อเลนส์กระบอกนี้มา เพราะมันตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ มันตอบสนองแนวการถ่ายภาพของคุณได้ จึงซื้อมา ...

และเพื่อการนี้ ผู้เขียนขอยกตัวอย่างภาพถ่ายและผลของทางยาวโฟกัสมาคุยให้ฟัง เราจะได้รู้กันคร่าวๆ ว่าภาพถ่ายมุมกว้างเป็นอย่างไร ภาพเทเลโฟโต้เป็นอย่างไร แล้วจึงมาพิจารณาว่าเราชอบสร้างสรรค์ภาพแนวไหน เปรียบได้กับการรู้ว่าพู่กันแต่ละเบอร์ลากเส้นแล้วได้เส้นแบบไหน เราชอบแนวทางของพู่กันเบอร์นั้นหรือไม่ ..มาดูกันครับ

ผลของทางยาวโฟกัส ช่วงมุมกว้าง (Wide Zoom)

  • ยิ่งตัวเลขทางยาวโฟกัสน้อย ยิ่งได้มุมมองกว้างขึ้น เช่น 28mm, 24mm, 18mm และมีผลทำให้ขอบบิดเบี้ยวมากขึ้นตามลำดับ
  • วัตถุที่อยู่ใกล้เลนส์จะมีขนาดใหญ่มาก ส่วนวัตถุที่อยู่ด้านหลัง หรือไกลจากเลนส์จะมีขนาดเล็กมาก
  • เมื่อถ่ายจากมุมสูง วัตถุที่อยู่ด้านล่างจะลีบและเล็กลง วัตถุที่อยู่ใกล้เลนส์จะมีขนาดใหญ่ขึ้น เช่นภาพถ่ายแนว the dog
  • เมื่อถ่ายจากมุมต่ำ จะเรียกว่ามุมเสยหรือมุมเงยก็ไม่ว่ากัน วัตถุที่อยู่สูงขึ้นไปจะเล็กลง ส่วนวัตถุที่อยู่ด้านล่างใกล้เลนส์จะใหญ่และยาวขึ้น ถ้าถ่ายสาวๆ ขาของคุณเธอจะยาวขึ้น สามารถใช้มุมนี้หลอกตาว่าสูงยาวเขาดีได้
  • ยิ่งช่วงทางยาวโฟกัสตัวเลขน้อย ความบิดเบี้ยวของขอบจะยิ่งมากขึ้น นิยมใช้ถ่ายภาพทิวทัศน์ให้ดูอลังการ เช่นถ่ายวิว ให้ท้องฟ้าดูก้อนเมฆเหมือนกำลังเคลื่อนไหว


ผลของทางยาวโฟกัส ช่วงซูมไกล (Tele Zoom)

  • ยิ่งตัวเลขทางยาวโฟกัสมาก มุมมองจะแคบลง วัตถุที่อยู่ไกลจะถูกดึงให้ใกล้เข้ามา และมีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น 85mm, 120mm, 300mm
  • ถ้าต้องการถ่ายภาพบุคคล โดยให้วิวด้านหลังมีขนาดใหญ่ขึ้น เช่นตึก บ้าน เรือ ฯลฯ ให้ใช้ช่วงเทเลโฟโต้ ตัวเลขซูมยิ่งเยอะ ยิ่งดึงฉากหลังให้เข้ามาใกล้
  • ทางยาวโฟกัสยิ่งมาก ระยะโฟกัสใกล้ที่สุดก็จะไกลขึ้นตามไปด้วย ยกเว้นเลนส์เทเลมาโคร
  • ถ้าต้องการถ่ายพอร์ตเทร่ตละลายฉากหลัง ให้ถ่ายคร็อปครึ่งตัว ใช้ช่วงซูมเยอะๆ มุมมองที่พอดีอยู่ที่ประมาณ 85-200mm (แล้วแต่ความชอบ)
  • ภาพถ่ายเทเลโฟโต้ จะละลายฉากหลังได้มากขึ้น ให้ระวังเรื่องการใช้รูรับแสง ถ้ากว้างไป จุดโฟกัสที่แบบจะชัดตื้นเกินไป
  • ถ้าต้องการถ่ายวิวให้วัตถุที่ฉากหลังกับฉากหน้ามีขนาดใหญ่ไม่ห่างกันมาก ให้ถ่ายแบบเทเลโฟโต้ดึงฉากหลังให้ใหญ่ขึ้น

img_0464.jpg
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยเลนส์ 10-20mm (16-32mm เทียบเท่ากล้องฟิล์ม 35mm) ใช้กับกล้อง Canon 400D

img_1475.jpg

สังเกตุว่าวัตถุที่อยู่ด้านหลังจะเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

dsc05706.jpg

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยช่วง 24mm จากกล้อง Sony R1 สังเกตุความกว้างของภาพ และความลึกของฉากหลัง

dsc05708.jpg
ภาพสถานที่เดียวกัน แต่ถอยหลังไปนิดหน่อย และถ่ายช่วงเทเล 120mm ดึงฉากหลังให้ใกล้เข้ามาอย่างที่เห็น

ขอพักไว้เท่านี้ก่อนนะครับ ... ตอนหน้าจะเอาตัวอย่างผลของเทเลโฟโต้ มาให้ดูมากกว่านี้ ยังไม่จบนะครับ ^^

คอมเมนต์ 

 
0 #1 เต้ย 13-10-09 16:11
พอจะเข้าละครับ คุณเจ อืม...ไม่ทันเห็นบทควา มท้าย ๆ และรูปภาพประกอบ
อ้างอิง
 
 
0 #2 น้องครี 19-02-10 12:33
ได้รับความรู้เพ ิ่มามากมายครับ
อ้างอิง
 
 
0 #3 วาทิต ชูสิน 21-02-10 13:56
สงสัยตรงไหนก็ถา มได้นะครับ
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

คอมเม้นต์ภายใต้พื้นฐานของวัฒนธรรมไทย ไม่ดูหมิ่น เหยียดหยาม ไม่ให้ร้าย ไม่ดูหมิ่นสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

เขียนโดย:
วาทิต ชูสิน
อีเมล พิมพ์ PDF

Networking & Syndication

Rss Button
RSS Feed หมวดข่าว
Facebook Button
แวะเยี่ยม PIXVIEW บน Facebook
Twitter Button
ติดตามความเคลื่อนไหว PIXVIEW บน Twitter

 

FILE4279