LOGIN | REGISTER

PIXVIEW.NET บ้านของคนรักการถ่ายภาพ!

ไม่ว่าคุณจะเข้ามาที่นี่ด้วยความบังเอิญ หรือตั้งใจ เมื่อเข้ามาแล้ว
ขอให้แบ่งปันรอยยิ้ม มิตรภาพแก่กัน ที่นี่ไม่มีแบ่งฝ่ายแบ่งสี

สมัครสมาชิก!

Feb 23

ระยะชัด และการคูณระยะโฟกัส

cover
Depth of Field and Focal Length Multiplier
ระยะชัด และการคูณระยะโฟกัส

By Vincent Bockaert ,Tabby แปล เรียบเรียง

แม้ว่าคำถามหลังจากการจับกล้องถ่ายภาพของมือใหม่รวมไปถึงมือกลางเก่ากลางใหม่นั้นมีมากมาย แต่ความสนใจแรกๆ น่าจะเป็นเรื่องของความสวยงามของระยะชัดตื้น ชัดลึก ความคมชัดของภาพ ทั้งหมดนี้อาจก่อให้เกิดคำถามว่า จะใช้ หรือซื้อเลนซ์อะไรดีจึงจะให้ผลตามที่เราต้องการได้ การที่จะรู้ได้ว่าช่วงคมชัดของเลนซ์ตัวหนึ่งเมื่อติดเข้ากับกล้องที่มีอยู่ในมือเรา จะมีระยะประมาณเท่าไร แล้วเราต้องคำนึงถึงค่าอะไรบ้าง

ประกอบกับผู้เขียนขณะที่ตามไปออกทริปกับพิกวิว ได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ๆ น้องๆ และจากที่ได้อ่านกระทู้สอบถามจากเพื่อนสมาชิกที่สงสัยเกี่ยวกับความสามารถและระยะโฟกัสของเลนซ์ ทำให้ผู้เขียนซึ่งมือไม่เก๋า ก็เกิดความอยากรู้ข้อเท็จจริงเช่นกัน

ดังนั้นผู้เขียนจึงรวบรวมข้อมูลจากแหล่งที่มาของความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างระยะชัดเลนซ์ และขนาดของเซนเซอร์ที่แตกต่างกันของกล้องดิจิตอลขึ้นมาแม้ว่าจะมีการเขียนกันมามากมายหลายครั้ง แต่บทความนี้จัดทำขึ้นเพียงเพื่อเป็นแนวทางพื้นฐานให้ผู้เริ่มต้นที่เข้ามาในบ้านพิกวิวที่อบอุ่นนี้ได้ ศึกษาต่อไป



Depth of Field
ระยะชัด

เมื่อพูดถึงระยะชัด หรือช่วงความชัด เราจะวัดจากระยะพื้นที่ความคมชัด จากตำแหน่งหน้าจุดโฟกัสและหลังจุดโฟกัส(ระยะที่อยู่ในโฟกัส วัตถุจะมีความคมชัด ไม่เบลอ) ระยะของความคมชัดนั้น สามารถถูกกำหนดได้จาก รูรับแสง, ระยะห่างของวัตถุ กับจุดโฟกัส และขนาดของ เซ็นเซอร์รับภาพของกล้องแต่ละตัว.. ขออภัย อาจมีศัพท์เทคนิคมากหน่อยค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจนะ
ปัจจัยแรก ขนาดรูรับแสงที่กว้าง (ค่า F ตัวเลขน้อย เช่น F2) จะส่งผลให้ภาพมีความชัดลึกต่ำ (ชัดตื้นสูง)  ภาพวัตถุที่อยู่หน้าและหลังจุดโฟกัสจะปรากฏออกมาในลักษณะเบลอ ไม่ชัดเจนเท่าจุดที่โฟกัสลงไป ในขณะที่การเปิดรูรับแสงแคบ (ค่า F สูง เช่น F11 เป็นต้นไป) จะส่งผลให้มีความชัดลึกสูงกว่า (ชัดตื้นต่ำ)

1

การแสดงค่าใช้เพื่อประกอบภาพด้านล่าง เป็นภาพที่ถ่ายด้วยช่วงเลนซ์ 70 mm โดยโฟกัสไปยัง โปสการ์ดใบแรก ซึ่งเป็นวัตถุโฟกัส ซึ่งโปสการ์ด 3 ใบถูกจัดวางห่างกันในระยะ 70 ซมเท่าๆกัน

2

ภาพที่ได้ออกมาจากการเปิดรูรับแสงกว้าง(ตัวเลขต่ำ) จะเกิดการโฟกัส(ความคมชัด)เพียงการ์ดใบแรก ในขณะที่เมื่อปรับรูรับแสงให้แคบลงเป็น 8 ความคมชัดก็เลยไปถึงการ์ดใบที่สองด้วย

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดผลของ “ชัดตื้น” คือ การขยับเข้าใกล้วัตถุ
การขยับเข้าใกล้วัตถุ จะเป็นการลดความชัดลึก (เพิ่มความชัดตื้น) ในทางตรงกันข้าม การถอยห่างจากวัตถุจะเพิ่มความชัดลึก เลนซ์ที่มีช่วงระยะโฟกัสสั้น เช่นเลนซ์ 28mm ที่เปิดรูรับแสง 5.6 จะสามารถสร้างภาพที่มีระยะชัดลึกกว้างและไกลได้มากกว่า เลนซ์ช่วง70 mm ในขนาดรูรับแสง5.6 เท่ากัน


สรุปจากผู้แปล : การถ่ายภาพให้มีความชัดลึก หรือชัดตื้น นั้นไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ว่าจะต้องเปิดรูรับแสงให้กว้างเท่ากับ f2 หรือต่ำกว่า แล้วจะได้ภาพชัดตื้นเสมอไป หรือเปิด f8 ขึ้นไปจะได้ภาพชัดลึกทั้งภาพเสมอไปเช่นกัน เพราะในบางครั้งสภาพแสง และความสามารถของเลนซ์ อาจมีข้อจำกัด แต่เราสามารถมองหาปัจจัยด้านระยะห่างของวัตถุที่เป็นฉากหน้า และฉากหลัง มาทดแทนได้ ตัวอย่างเช่นหากเราใช้เลนซ์คิตตี้ (หรือเลนซ์ทั้งหลายที่มีรูรับแสงแปรผันได้) ซึ่งในสภาพแสงตอนนั้น สามารถเปิดได้กว้างเพียง 4 หรือ 5.6 แต่เราต้องการภาพชัดตื้น ให้ลองวางแบบไว้ห่างจากฉากหลังสัก 70-100 เมตร แค่นี้ก็เบลอกระจายแล้ว ที่สำคัญให้แบบอยู่ใกล้เลนส์ของเรา อาจเป็นการถ่ายภาพโคลสอัพเฉพาะหน้า หรือครึ่งตัวก็ได้


เมื่อต้องการที่ภาพชัดลึก (คมชัดทั้งภาพ) ด้วยความสามารถเพียง f8 การจัดวาง หรือมองหาวัตถุที่ต้องการถ่ายภาพ ที่อยู่ในระยะที่เหมาะสมกับความกว้างของเลนซ์และขนาดของเซนเซอร์ของกล้อง ก็สามารถสร้างภาพได้คมชัดลึกสุดใจ เช่นการวางแบบไว้ใกล้ฉากหลังเป็นต้น


Depth of Field Calculator (โปรแกรมคำนวณระยะชัดลึก)
โปรแกรมคำนวณระยะชัดลึก เข้าไปเล่นได้ที่ www.dofmaster.com/dofjs.html สามารถแสดงให้เห็นระยะความสามารถของเลนซ์ที่สัมพันธ์กับขนาดเซ็นเซอร์ของกล้องแต่ละตัว ซึ่งในสถานการณ์จริงแล้วเราคงไม่สามารถกำหนดหรือแม้แต่วัดระยะทางต่างๆออกมาตายตัวได้ โปรแกรมคำนวณระยะชัดลึก สามารถแสดงค่าต่างๆออกมาเพื่อเพิ่มความเข้าใจความสามารถของเลนซ์และขนาดของเซนเซอร์ได้ ประโยชน์เพื่อการถ่ายภาพ และเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อเลนซ์ตัวต่อไป ว่างๆลองเข้าไปใช้ดูเผื่อจะได้เลนซ์ตัวเก่งสักตัวที่ตอบความต้องการได้

dof
สิ่งที่ส่งผลต่อ DOF & HPFD คือ
1. ระยะห่างของวัตถุ
2. ความยาวโฟกัสของเลนส์
3. ขนาดรูรับแสง
4. ขนาดเซนเซอร์/ตัวรับภาพ

Understanding... Focal Length
Focal Length Defined
ทางยาวโฟกัส เกิด....


3เมื่อลำแสงที่เดินทางเป็นเส้นขนาน ตกกระทบบนชิ้นเลนซ์จากแหล่งกำเนิดที่มีระยะ infinity ลำแสงนั้นจะถูกรวมไปที่จุดโฟกัส
ระยะโฟกัสของเลนซ์ใดๆ จะวัดจำแนกจากระยะทางจากจุดกึ่งกลางของชิ้นเลนซ์ ไปที่ตำแหน่งของวัตถุ ที่เราโฟกัส
หมายเหตุ เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วเลนซ์กระบอกหนึ่งจะประกอบขึ้นจากชิ้นเลนซ์มากกว่า1ชิ้น คำจำกัดความของคำว่ากึ่งกลางเลนซ์คือกึ่งกลางของเลนซ์ทุกตัวในหนึ่งกระบอก


Focal Length Multiplier
การคูณระยะโฟกัส

4กล้องดิจิตอลส่วนใหญ่มีขนาดเซ็นเซอร์ที่เล็กกว่า ขนาด35 mm (35mm ขนาดรับภาพของฟิล์ม) ซึ่งวัดจากเส้นทะแยงมุมของขนาดในเซ็นเซอร์ภายในกล้อง โดยทั่วไปแล้วจะมีขนาดเล็กกว่า1.5เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของฟิล์ม35 mm (หรือเรียกว่ากล้องตัวคูณ ที่1.5)

ผลของขนาดเซ็นเซอร์ที่เล็กกว่า 35 mm นี้ ระบบของเซ็นเซอร์ซึ่งทำการรับข้อมูลภาพแล้วแสดงผลจากกึ่งกลาง  จะทำให้เกิด พื้นที่ที่ถูกตัดออกไป cropped field of view หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ว่าเพราะเซ็นเซอร์มีขนาดเล็ก ภาพที่รับได้จากเลนส์จึงมีส่วนที่ถูกคร็อปนั่นเอง การถ่ายภาพจากกล้องฟิล์ม 35mm จะต้องใช้ช่วงเลนซ์ยาวกว่าในมุมมองของภาพที่มีขนาดเดียวกัน ดังนั้น เมื่อเราพูดถึงการ Focal Length Multiplier (FLM) ตัวคูณกับระยะโฟกัส จะใช้ค่าของขนาดเส้นทะแยงมุมของฟิล์ม 35mm (จากขนาดจริงเท่ากับ 43.3mm) นำมาหารด้วยเส้นทะแยงมุมของขนาดเซ็นเซอร์กล้องถ่ายภาพแต่ละตัว


ผลของขนาดเซ็นเซอร์ เมื่อสัมพันธ์กับทางยาวโฟกัส
กรณีที่ 1 เมื่อถ่ายภาพด้วยระยะโฟกัสเท่าๆกัน

5

ภาพที่ได้จากกล้อง 35 mm ในระยะ 200

6

ภาพที่ได้จากกล้องตัวคูณ 1.5 ในระยะ 200 mm เท่ากัน


เนื่องจากขนาดพื้นที่รับภาพของเซ็นเซอร์ที่เล็กกว่าฟิล์ม 35mmในกล้องตัวคูณ 1.5 มีการแสดงผลการรับข้อมูลภาพจากกึ่งกลาง ผลก็คือจะมีพื้นที่ ถูกตัดออกไป cropped field of view เมื่อแสดงเปรียบเทียบกับ ภาพที่เกิดขึ้นบนฟิล์ม 35 mm ซึ่งใช้ระยะเลนซ์ 200 mm

กรณีที่ 2 FOV field of view (มุมมองของภาพ)
เมื่อมุมมองของภาพไม่แตกต่างกัน

7

มุมมองจากกล้อง 35 mm ในช่วงเลนส์ 300 mm

8

มุมมองจากกล้องกตัวคูณ 1.5 ในช่วงเลนส์ 200 mm


เมื่ออยู่บนพื้นที่ขนาดเท่ากับฟิล์ม 35 mm จริงๆแล้วขนาดของนกที่เกิดจากล้องตัวคูณ 1.5 นั้นมีขนาดเล็กกว่า เมื่อเทียบกับขนาดของภาพนกจากกล้อง 35 mm แต่เนื่องจากขนาดของเซ็นเซอร์ที่เล็กกว่าทำให้มุมมองภาพ หรือขนาดของนกในช่องเซนเซอร์มีสัดส่วนเท่ากันกับ กล้อง 35mm แต่ใช้ระยะโฟกัสของเลนซ์สั้นกว่า

การใช้ระยะเลนซ์ 200mm กับกล้อง DSLR ที่มีขนาดเซ็นเซอร์เล็กกว่ากล้องฟูลเฟรม (35 mm) โดยใช้ตัวคูณ 1.5 จะได้มุมมองของภาพเท่ากับ กล้อง 35 mmใช้ระยะเลนซ์ 300 mm หากคำนึงถึงเรื่องของน้ำหนักและราคาที่สูงกว่าของเล็นซ์สำหรับกล้อง 35 mm อาจเรียกได้ว่านี่เป็นข้อด้อย

ด้วยเหตุผลที่ว่าในมุมมองที่เท่ากันกล้อง 35mmจะ มีค่าความชัดตื้นที่สูงกว่า (เพราะทางยาวโฟกัสยาวกว่า เช่น 300mm เมื่อเทียบกับ 200mm ในกล้องตัวคูณ 1.5 เท่า) ในทางกลับกัน ในเลนซ์ช่วงไวด์ (มุมกว้าง) กล้องที่มีตัวคูณกลับเป็นข้อด้อยเพราะจะทำให้สูนย์เสียช่วงไวด์ไปถึง 1.5เท่า เช่น เลนซ์ไวด์ที่มีขนาด19mm เมื่อต้องคูณ 1.5 หมายความว่าเลนซ์ของเราที่ซื้อมาโดยหวังจะได้ช่วงไวด์สวยๆซัก 19 mm จำต้องกลายเป็น 28.5 mm ไปซะแล้ว  

กล้องดิจิตอลทั่วไปสามารถใช้เลนซ์กล้อง 35mm ได้ แต่อย่างไรก็ตามเลนซ์ที่ถูกผลิตมาเพื่อใช้งานกับกล้อง 35mm ก็มีขนาดใหญ่เกินขนาดเซ็นเซอร์ของกล้องดิจิตอลทั่วไปที่เซ็นเซอร์มีขนาดเล็ก ดังนั้นดิจิตอลเลนซ์ในปัจจุบัน เช่น Canon Short Back Focus Lenses, Nikon DX Lenses, Olympus 4/3" System จะมีน้ำหนักที่เบากว่าเลนส์สำหรับกล้องฟิล์ม 35mm เพราะภาพสะท้อนจากเลนซ์ image circles ถูกสร้างขึ้นให้รองรับพอดีกับขนาดของเซ็นเซอร์เท่านั้น


ฝากไว้สำหรับ กล้องคอมแพค
เล็นที่ติดมากับกล้องคอมแพคนั้น ใช้ระยะโฟกัสที่สั้นกว่าบนซ็นเซอร์ที่มีขนาดเล็กกว่าเพื่อสร้างมุมมองภาพให้มีขนาดเทียบเท่ากล้อง 35 mm โดยทั่วไปแล้วขนาดของเส้นทะแยงมุมที่เซ็นเซอร์จากกล้องคอมแพคจะเล็กกว่า เส้นผ่าศูนย์กลางของฟิล์ม 35 mm อยู่ 4เท่า  เลนซ์ 7mmของกล้องคอมแพค จะมีมุมมองเทียบเท่ากับ 28mm ( 7mm x 4เท่า เท่ากับ 28 mm) นั่นเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมกล้องคอมแพคจึงถ่ายภาพชัดตื้นลำบาก เพราะทางยาวโฟกัสจริงๆ เป็นช่วงไวด์ แต่โดนผลของตัวคูณทำให้เป็นเทเลนั่นเอง

ในทางเดียวกันกับเลนซ์ที่ใช้กับกล้องDSLR เป็นเลนซ์ที่ถูกออกแบบให้ใช้สร้างพื้นที่รับภาพพอดีกันกับเซ็นเซอร์ที่มีขนาดเล็กกว่า จึงทำให้เลนซ์มีขนาดเล็กลงและราคาถูกลง (แต่ได้ช่วงทางยาวโฟกัสที่ยาวขึ้นจากผลของตัวคูณ) ทั้งนี้เนื่องมาจากความสามารถในการใช้ระยะโฟกัสได้สั้นกว่ามากนั้น ทำให้ค่าความชัดลึกยิ่งสูงมากตามไปด้วย อย่างที่อธิบายไว้ในส่วนของกล้องคอมแพคนั่นเอง

//

Depth of Field and Focal Length Multiplier

ระยะชัด และการคูณระยะโฟกัส

By Vincent Bockaert

 

Tabby แปล เรียบเรียง

 

แม้ว่าคำถามหลังจากการจับกล้องถ่ายภาพของมือใหม่รวมไปถึงมือกลางเก่ากลางใหม่นั้นมีมากมาย แต่ความสนใจแรกๆ น่าจะเป็นเรื่องของความสวยงามของระยะชัดตื้น ชัดลึก ความคมชัดของภาพ ทั้งหมดนี้อาจก่อให้เกิดคำถามว่า จะใช้ หรือซื้อเลนซ์อะไรดีจึงจะให้ผลตามที่เราต้องการได้ การที่จะรู้ได้ว่าช่วงคมชัดของเลนซ์ตัวหนึ่งเมื่อติดเข้ากับกล้องที่มีอยู่ในมือเรา จะมีระยะประมาณเท่าไร แล้วเราต้องคำนึงถึงค่าอะไรบ้าง

 

ประกอบกับผู้เขียนขณะที่ตามไปออกทริปกับพิกวิว ได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ๆ น้องๆ และจากที่ได้อ่านกระทู้สอบถามจากเพื่อนสมาชิกที่สงสัยเกี่ยวกับความสามารถและระยะโฟกัสของเลนซ์ ทำให้ผู้เขียนซึ่งมือไม่เก๋า ก็เกิดความอยากรู้ข้อเท็จจริงเช่นกัน

 

ดังนั้นผู้เขียนจึงรวบรวมข้อมูลจากแหล่งที่มาของความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างระยะชัดเลนซ์ และขนาดของเซนเซอร์ที่แตกต่างกันของกล้องดิจิตอลขึ้นมาแม้ว่าจะมีการเขียนกันมามากมายหลายครั้ง แต่บทความนี้จัดทำขึ้นเพียงเพื่อเป็นแนวทางพื้นฐานให้ผู้เริ่มต้นที่เข้ามาในบ้านพิกวิวที่อบอุ่นนี้ได้ ศึกษาต่อไป

 

Depth of Field

ระยะชัด

 

เมื่อพูดถึงระยะชัด หรือช่วงความชัด เราจะวัดจากระยะพื้นที่ความคมชัด จากตำแหน่งหน้าจุดโฟกัสและหลังจุดโฟกัส(ระยะที่อยู่ในโฟกัส วัตถุจะมีความคมชัด ไม่เบลอ) ระยะของความคมชัดนั้น สามารถถูกกำหนดได้จาก รูรับแสง, ระยะห่างของวัตถุ กับจุดโฟกัส และขนาดของ เซ็นเซอร์รับภาพของกล้องแต่ละตัว.. ขออภัย อาจมีศัพท์เทคนิคมากหน่อยค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจนะ

ปัจจัยแรก ขนาดรูรับแสงที่กว้าง (ค่า F ตัวเลขน้อย เช่น F2) จะส่งผลให้ภาพมีความชัดลึกต่ำ (ชัดตื้นสูง) ภาพวัตถุที่อยู่หน้าและหลังจุดโฟกัสจะปรากฏออกมาในลักษณะเบลอ ไม่ชัดเจนเท่าจุดที่โฟกัสลงไป ในขณะที่การเปิดรูรับแสงแคบ (ค่า F สูง เช่น F11 เป็นต้นไป) จะส่งผลให้มีความชัดลึกสูงกว่า (ชัดตื้นต่ำ)

 

 

การแสดงค่าใช้เพื่อประกอบภาพด้านล่าง เป็นภาพที่ถ่ายด้วยช่วงเลนซ์ 70 mm โดยโฟกัสไปยัง โปสการ์ดใบแรก ซึ่งเป็นวัตถุโฟกัส ซึ่งโปสการ์ด 3 ใบถูกจัดวางห่างกันในระยะ 70 ซมเท่าๆกัน

 

 

 

 

ภาพที่ได้ออกมาจากการเปิดรูรับแสงกว้าง(ตัวเลขต่ำ) จะเกิดการโฟกัส(ความคมชัด)เพียงการ์ดใบแรก ในขณะที่เมื่อปรับรูรับแสงให้แคบลงเป็น 8 ความคมชัดก็เลยไปถึงการ์ดใบที่สองด้วย

 

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดผลของ “ชัดตื้น” คือ การขยับเข้าใกล้วัตถุ

การขยับเข้าใกล้วัตถุ จะเป็นการลดความชัดลึก (เพิ่มความชัดตื้น) ในทางตรงกันข้าม การถอยห่างจากวัตถุจะเพิ่มความชัดลึก เลนซ์ที่มีช่วงระยะโฟกัสสั้น เช่นเลนซ์ 28mm ที่เปิดรูรับแสง 5.6 จะสามารถสร้างภาพที่มีระยะชัดลึกกว้างและไกลได้มากกว่า เลนซ์ช่วง70 mm ในขนาดรูรับแสง5.6 เท่ากัน

สรุปจากผู้แปล : การถ่ายภาพให้มีความชัดลึก หรือชัดตื้น นั้นไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ว่าจะต้องเปิดรูรับแสงให้กว้างเท่ากับ f2 หรือต่ำกว่า แล้วจะได้ภาพชัดตื้นเสมอไป หรือเปิด f8 ขึ้นไปจะได้ภาพชัดลึกทั้งภาพเสมอไปเช่นกัน เพราะในบางครั้งสภาพแสง และความสามารถของเลนซ์ อาจมีข้อจำกัด แต่เราสามารถมองหาปัจจัยด้านระยะห่างของวัตถุที่เป็นฉากหน้า และฉากหลัง มาทดแทนได้ ตัวอย่างเช่นหากเราใช้เลนซ์คิตตี้ (หรือเลนซ์ทั้งหลายที่มีรูรับแสงแปรผันได้) ซึ่งในสภาพแสงตอนนั้น สามารถเปิดได้กว้างเพียง 4 หรือ 5.6 แต่เราต้องการภาพชัดตื้น ให้ลองวางแบบไว้ห่างจากฉากหลังสัก 70-100 เมตร แค่นี้ก็เบลอกระจายแล้ว ที่สำคัญให้แบบอยู่ใกล้เลนส์ของเรา อาจเป็นการถ่ายภาพโคลสอัพเฉพาะหน้า หรือครึ่งตัวก็ได้

เมื่อต้องการที่ภาพชัดลึก (คมชัดทั้งภาพ) ด้วยความสามารถเพียง f8 การจัดวาง หรือมองหาวัตถุที่ต้องการถ่ายภาพ ที่อยู่ในระยะที่เหมาะสมกับความกว้างของเลนซ์และขนาดของเซนเซอร์ของกล้อง ก็สามารถสร้างภาพได้คมชัดลึกสุดใจ เช่นการวางแบบไว้ใกล้ฉากหลังเป็นต้น



Depth of Field Calculator (โปรแกรมคำนวณระยะชัดลึก)

โปรแกรมคำนวณระยะชัดลึก สามารถแสดงให้เห็นระยะความสามารถของเลนซ์ที่สัมพันธ์กับขนาดเซ็นเซอร์ของกล้องแต่ละตัว ซึ่งในสถานการณ์จริงแล้วเราคงไม่สามารถกำหนดหรือแม้แต่วัดระยะทางต่างๆออกมาตายตัวได้ โปรแกรมคำนวณระยะชัดลึก สามารถแสดงค่าต่างๆออกมาเพื่อเพิ่มความเข้าใจความสามารถของเลนซ์และขนาดของเซนเซอร์ได้ ประโยชน์เพื่อการถ่ายภาพ และเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อเลนซ์ตัวต่อไป ว่างๆลองเข้าไปใช้ดูเผื่อจะได้เลนซ์ตัวเก่งสักตัวที่ตอบความต้องการได้

 

สิ่งที่ส่งผลต่อ DOF & HPFD คือ
1.
ระยะห่างของวัตถุ
2.
ความยาวโฟกัสของเลนส์
3.
ขนาดรูรับแสง
4.
ขนาดเซนเซอร์/ตัวรับภาพ

 

 

Understanding... Focal Length

Focal Length Defined

ทางยาวโฟกัส เกิด....



เมื่อลำแสงที่เดินทางเป็นเส้นขนาน ตกกระทบบนชิ้นเลนซ์จากแหล่งกำเนิดที่มีระยะ infinity ลำแสงนั้นจะถูกรวมไปที่จุดโฟกัส

ระยะโฟกัสของเลนซ์ใดๆ จะวัดจำแนกจากระยะทางจากจุดกึ่งกลางของชิ้นเลนซ์ ไปที่ตำแหน่งของวัตถุ ที่เราโฟกัส

หมายเหตุ เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วเลนซ์กระบอกหนึ่งจะประกอบขึ้นจากชิ้นเลนซ์มากกว่า1ชิ้น คำจำกัดความของคำว่ากึ่งกลางเลนซ์คือกึ่งกลางของเลนซ์ทุกตัวในหนึ่งกระบอก

 

 

Focal Length Multiplier


การคูณระยะโฟกัส

 

กล้องดิจิตอลส่วนใหญ่มีขนาดเซ็นเซอร์ที่เล็กกว่า ขนาด35 mm (35mm ขนาดรับภาพของฟิล์ม) ซึ่งวัดจากเส้นทะแยงมุมของขนาดในเซ็นเซอร์ภายในกล้อง โดยทั่วไปแล้วจะมีขนาดเล็กกว่า1.5เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของฟิล์ม35 mm (หรือเรียกว่ากล้องตัวคูณ ที่1.5)

 

 

ผลของขนาดเซ็นเซอร์ที่เล็กกว่า 35 mm นี้ ระบบของเซ็นเซอร์ซึ่งทำการรับข้อมูลภาพแล้วแสดงผลจากกึ่งกลาง จะทำให้เกิด พื้นที่ที่ถูกตัดออกไป cropped field of view หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ว่าเพราะเซ็นเซอร์มีขนาดเล็ก ภาพที่รับได้จากเลนส์จึงมีส่วนที่ถูกคร็อปนั่นเอง การถ่ายภาพจากกล้องฟิล์ม 35mm จะต้องใช้ช่วงเลนซ์ยาวกว่าในมุมมองของภาพที่มีขนาดเดียวกัน ดังนั้น เมื่อเราพูดถึงการ Focal Length Multiplier (FLM) ตัวคูณกับระยะโฟกัส จะใช้ค่าของขนาดเส้นทะแยงมุมของฟิล์ม 35mm (จากขนาดจริงเท่ากับ 43.3mm) นำมาหารด้วยเส้นทะแยงมุมของขนาดเซ็นเซอร์กล้องถ่ายภาพแต่ละตัว

 

ผลของขนาดเซ็นเซอร์ เมื่อสัมพันธ์กับทางยาวโฟกัส

กรณีที่ 1 เมื่อถ่ายภาพด้วยระยะโฟกัสเท่าๆกัน

 

 

 

ภาพที่ได้จากกล้อง 35 mm ในระยะ 200 ภาพที่ได้จากกล้องตัวคูณ 1.5 ในระยะ 200 mm เท่ากัน

 

เนื่องจากขนาดพื้นที่รับภาพของเซ็นเซอร์ที่เล็กกว่าฟิล์ม 35mmในกล้องตัวคูณ 1.5 มีการแสดงผลการรับข้อมูลภาพจากกึ่งกลาง ผลก็คือจะมีพื้นที่ ถูกตัดออกไป cropped field of view เมื่อแสดงเปรียบเทียบกับ ภาพที่เกิดขึ้นบนฟิล์ม 35 mm ซึ่งใช้ระยะเลนซ์ 200 mm

 

กรณีที่ 2 FOV field of view (มุมมองของภาพ)

เมื่อมุมมองของภาพไม่แตกต่างกัน

 

 

 

มุมมองจากกล้อง 35 mm ในช่วงเลนซ์ มุมมองจากกล้องกตัวคูณ 1.5 ในช่วงเลนซ์

300 mm 200 mm

 

เมื่ออยู่บนพื้นที่ขนาดเท่ากับฟิล์ม 35 mm จริงๆแล้วขนาดของนกที่เกิดจากล้องตัวคูณ 1.5 นั้นมีขนาดเล็กกว่า เมื่อเทียบกับขนาดของภาพนกจากกล้อง 35 mm แต่เนื่องจากขนาดของเซ็นเซอร์ที่เล็กกว่าทำให้มุมมองภาพ หรือขนาดของนกในช่องเซนเซอร์มีสัดส่วนเท่ากันกับ กล้อง35mm แต่ใช้ระยะโฟกัสของเลนซ์สั้นกว่า

 

การใช้ระยะเลนซ์ 200mmกับกล้อง DSLR ที่มีขนาดเซ็นเซอร์เล็กกว่ากล้องฟูลเฟรม (35 mm) โดยใช้ตัวคูณ 1.5 จะได้มุมมองของภาพเท่ากับ กล้อง35 mmใช้ระยะเลนซ์ 300 mm หากคำนึงถึงเรื่องของน้ำหนักและราคาที่สูงกว่าของเล็นซ์สำหรับกล้อง 35 mm อาจเรียกได้ว่านี่เป็นข้อด้อย

 

ด้วยเหตุผลที่ว่าในมุมมองที่เท่ากันกล้อง35mmจะ มีค่าความชัดตื้นที่สูงกว่า (เพราะทางยาวโฟกัสยาวกว่า เช่น 300mm เมื่อเทียบกับ 200mm ในกล้องตัวคูณ 1.5 เท่า) ในทางกลับกัน ในเลนซ์ช่วงไวด์ (มุมกว้าง) กล้องที่มีตัวคูณกลับเป็นข้อด้อยเพราะจะทำให้สูนย์เสียช่วงไวด์ไปถึง 1.5เท่า เช่น เลนซ์ไวด์ที่มีขนาด19mm เมื่อต้องคูณ 1.5 หมายความว่าเลนซ์ของเราที่ซื้อมาโดยหวังจะได้ช่วงไวด์สวยๆซัก 19 mm จำต้องกลายเป็น 28.5 mm ไปซะแล้ว

 

กล้องดิจิตอลทั่วไปสามารถใช้เลนซ์กล้อง 35mm ได้ แต่อย่างไรก็ตามเลนซ์ที่ถูกผลิตมาเพื่อใช้งานกับกล้อง 35mmก็มีขนาดใหญ่เกินขนาดเซ็นเซอร์ของกล้องดิจิตอลทั่วไปที่เซ็นเซอร์มีขนาดเล็ก ดังนั้นดิจิตอลเลนซ์ในปัจจุบัน เช่น Canon Short Back Focus Lenses, Nikon DX Lenses, Olympus 4/3" System จะมีน้ำหนักที่เบากว่าเลนส์สำหรับกล้องฟิล์ม 35mm เพราะภาพสะท้อนจากเลนซ์ image circles ถูกสร้างขึ้นให้รองรับพอดีกับขนาดของเซ็นเซอร์เท่านั้น

 

ฝากไว้สำหรับ กล้องคอมแพค

 

เล็นที่ติดมากับกล้องคอมแพคนั้น ใช้ ระยะโฟกัส ที่สั้นกว่า บนซ็นเซอร์ที่มีขนาดเล็กกว่าเพื่อสร้างมุมมองภาพให้มีขนาดเทียบเท่ากล้อง 35 mm โดยทั่วไปแล้วขนาดของเส้นทะแยงมุมที่เซ็นเซอร์จากกล้องคอมแพคจะเล็กกว่า เส้นผ่าศูนย์กลางของฟิล์ม 35 mm อยู่ 4เท่า เลนซ์ 7mmของกล้องคอมแพค จะมีมุมมองเทียบเท่ากับ 28mm ( 7mm x 4เท่า เท่ากับ 28 mm) นั่นเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมกล้องคอมแพคจึงถ่ายภาพชัดตื้นลำบาก เพราะทางยาวโฟกัสจริงๆ เป็นช่วงไวด์ แต่โดนผลของตัวคูณทำให้เป็นเทเลนั่นเอง

 

ในทางเดียวกันกับเลนซ์ที่ใช้กับกล้องDSLR เป็นเลนซ์ที่ถูกออกแบบให้ใช้สร้างพื้นที่รับภาพพอดีกันกับเซ็นเซอร์ที่มีขนาดเล็กกว่า จึงทำให้เลนซ์มีขนาดเล็กลงและราคาถูกลง (แต่ได้ช่วงทางยาวโฟกัสที่ยาวขึ้นจากผลของตัวคูณ) ทั้งนี้เนื่องมาจากความสามารถในการใช้ระยะโฟกัสได้สั้นกว่ามากนั้น ทำให้ค่าความชัดลึกยิ่งสูงมากตามไปด้วย อย่างที่อธิบายไว้ในส่วนของกล้องคอมแพคนั่นเอง

 

 

 

 

 

 

คอมเมนต์ 

 
0 #1 pong 23-02-10 12:21
ขอบคุณกับข้อมุล ดีๆครับได้ความร ู้เยอะเลย
อ้างอิง
 
 
0 #2 วาทิต ชูสิน 23-02-10 15:48
ต้องขอบคุณบี้ ที่สละเวลาแปลแล ะเรียบเรียงให้พ วกเราได้อ่านกัน ครับ
อ้างอิง
 
 
0 #3 เอคุง 23-02-10 16:43
ขอบคุณบี้มากๆเล ย ^ ^ ไม่งั้นอดอ่านนะ เนี่ย เหอ เหอ
อ้างอิง
 
 
0 #4 Beau 24-02-10 06:17
ขอบคุณหลายๆครับ
อ้างอิง
 
 
0 #5 cha dam 24-02-10 11:03
ขอบคุณครับ
อ้างอิง
 
 
0 #6 น้องครี 25-02-10 13:15
ความรู้เพียบเลย ครับ
อ้างอิง
 
 
0 #7 วาทิต ชูสิน 01-03-10 18:08
แฟนบทความเพรียบ เลย อิอิ บี้จัง เรียบเรียงบทต่อ ไปได้แระ
อ้างอิง
 
 
0 #8 Tabby 06-03-10 22:55
ได้เรยค่า กำลังหนุกมือเชี ยว ว่าแต่มีหัวข้ออ ะไรแนะนำมาเลยค่ ะ พี่น้อง อิอิ
อ้างอิง
 
 
0 #9 เต้ย 07-03-10 00:55
เอาอีก ๆ ....คับคุณบี้....เหอ ๆ ๆ
อ้างอิง
 
 
0 #10 anakin 16-07-10 11:09
ขอบคุณมาๆครับสำ หรับข้อมูลที่เป ็นประโยชน์ครับ
อ้างอิง
 
 
0 #11 วาทิต ชูสิน 17-07-10 22:39
^^
อ้างอิง
 
 
0 #12 fact2 19-07-10 17:06
thank u
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

คอมเม้นต์ภายใต้พื้นฐานของวัฒนธรรมไทย ไม่ดูหมิ่น เหยียดหยาม ไม่ให้ร้าย ไม่ดูหมิ่นสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

เขียนโดย:
Tabby
อีเมล พิมพ์ PDF

Networking & Syndication

Rss Button
RSS Feed หมวดข่าว
Facebook Button
แวะเยี่ยม PIXVIEW บน Facebook
Twitter Button
ติดตามความเคลื่อนไหว PIXVIEW บน Twitter

 

FILE4279