พฤหัสบดี, พฤษภาคม 24, 2012
Text Size
feb

รูปภาพสวยๆ จากชาวพิกวิว

  • DSC00421
    By: theafs
  • DSC00432
    By: theafs
  • DSC00428
    By: theafs
  • DSC00420
    By: theafs
  • DSC00419
    By: theafs
  • DSC00425
    By: theafs
  • DSC00433
    By: theafs
  • DSC00424
    By: theafs
  • DSC00431
    By: theafs
  • Panasonic จัดโครงการประกวดผลงานภาพถ่ายในห้วข้อเรื่อง <br />มหัศจรรย์วันวิสาขบูชาโลก ณ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหารจังหวัดนครปฐมในวันที่ 1-4 มิถุนายน 2555 เพื่อนคนไหนสนใจประกวด อ่านรายละเอียดตามลิ้งค์นะครับ<br /> http://lumixfriends.com/contest/detail/3
    By: ตั้มคุง
  • DSC00426
    By: theafs
  • DSC00423
    By: theafs
วันศุกร์ที่ 04 มีนาคม 2011 เวลา 09:33 น.

ISO นั้นสำคัญอย่างไร

เขียนโดย  วาทิต ชูสิน
ให้คะแนนบทความ
(0 โหวต)

เป็นคำถามง่ายๆ ที่ได้ยินบ่อยในแวดวงเพื่อนฝูงที่หัดถ่ายภาพ บ้างก็เข้าใจถูก บ้างก็เข้าใจผิด ISO มีไว้ทำอะไร? ผมขออธิบายแบบภาษาชาวบ้านว่า ISO เป็นมาตรฐานที่บอกความไวแสงของเซ็นเซอร์ของกล้อง แปลความหมายตรงตัวกับคำว่า “ความไวแสง” เราจะพูดกันถึงการใช้งานสองลักษณะ นั่นคือเมื่อไหร่ที่ควรใช้ความไวแสงมาก และเมื่อไหร่ควรใช้ความไวแสงน้อย

กล้อง DSLR รุ่นใหม่ๆ สามารถปรับค่าความไวแสง ได้ตั้งแต่ ISO100 ถึง ISO3200 ตัวเลขน้อยหมายถึงค่าความไวแสงน้อย ตัวเลขมากหมายถึงค่าความไวแสงมาก ส่วนกล้องดิจิตอลคอมแพค ตอนนี้ก็เร่ง ISO ได้สูงแล้วเช่นกัน แต่ในการใช้งานจริงกล้องดิจิตอลคอมแพคเปิด ISO สูงกว่า ISO400 แล้วจะมีเม็ดเกร็นเป็นจุดแดงๆ ขึ้นมากเกินไป ด้วยข้อจำกัดของเซ็นเซอร์ที่ใช้ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า DSLR ประสิทธิภาพในการประมวลค่าแสงที่แม่นยำน้อยกว่า DSLR (ในขณะเร่ง ISO สูง)

ตัวเลขความไวแสง เช่น ISO100, ISO200, ISO320, ISO400 จะเป็นตัวบ่งบอกความไวในการรับแสงของเซ็นเซอร์ ในการถ่ายภาพเมื่อเราเพิ่มความไวแสง ผลที่เห็นชัดเจนคือเราจะได้ความเร็วชัตเตอร์มากขึ้น ตัวอย่างเช่น ขณะถ่ายภาพในบ้าน ใช้โหมด A ปรับค่ารูรับแสงคงที่

  •  เมื่อใช้ ISO100 ถ่ายด้วยโหมด A เปิดรูรับแสงไว้ที่ f/4 กล้องปรับค่าให้เป็น 1/45 วินาที
  •  เมื่อเพิ่ม ISO800 ถ่ายด้วยโหมดเดียวกัน กล้องปรับความเร็วชัตเตอร์เป็น 1/350 วินาที
  •  เมื่อเพิ่ม ISO1600 ถ่ายด้วยโหมดเดียวกัน กล้องปรับความเร็วชัตเตอร์เป็น 1/750 วินาที

ผลของภาพที่ได้มีความสว่างเท่ากัน แต่ได้ความเร็วชัตเตอร์ที่แตกต่างกัน ฟังแล้วดูดีมากเลยใช่ไหมครับ ความเร็วชัตเตอร์เพิ่มขึ้นก็หมายความว่าถ่ายภาพได้นิ่งและคมชัดยิ่งขึ้น ปัญหาเรื่องมือไม่นิ่งก็หายไปด้วย

แต่มีผลดีก็ย่อมต้องมีผลข้างเคียงตามมา .. การใช้ความไวแสงสูงขึ้น ก็จะทำให้กล้องรับสัญญาณแสงไม่พึงประสงค์เข้ามาด้วย ผลที่ได้ก็คือเม็ดเกร็นหยาบ หรือน๊อยส์ก็จะเกิดขึ้น

ใช้ ISO ต่ำเมื่อ
* ต้องการไฟล์งานคุณภาพสูง
* ต้องการควบคุมความเร็วชัตเตอร์ให้ต่ำลง เช่นถ่ายภาพน้ำตกให้นุ่ม จำเป็นต้องถ่ายที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ เราจึงต้องตั้งค่า ISO ให้น้อยที่สุด เช่น ISO100 เป็นต้น
* ถ่ายภาพในสภาพแสงดี ควรใช้ ISO ต่ำเป็นค่าเริ่มต้น

ใช้ ISO สูงเมื่อ
* ต้องการถ่ายภาพที่ความเร็วชัตเตอร์สูงขึ้น เช่น ต้องการถ่ายวัตถุที่เคลื่อนที่ให้หยุดนิ่ง อาจต้องการความเร็วชัตเตอร์สูงถึง 1/1000 วินาที ซึ่งใช้การเร่งความไวแสงช่วยได้ เช่น ISO800 เป็นต้น (สภาพแสงดี)
* ต้องการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย โดยไม่ใช้แฟลซ และไม่ใช้ขาตั้งกล้อง เช่นถ่ายภาพในร่มเงา
* ถ่ายภาพคอนเสิร์ต มีการจัดแสง จัดไฟเวที หากต้องการเก็บแสงสีให้เหมือนบรรยากาศจริงๆ การเร่ง ISO และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลซก็เป็นสิ่งจำเป็น

Joomla Templates and Joomla Extensions by ZooTemplate.Com

ความเห็น 

 
0 #1 kurozaki 2011-10-22 22:24
ขอบคุณ สำหรับข้อมูลนะค รับ
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

ไม่โพสข้อความดูหมิ่น ดูถูก และไม่พูดจาว่าร้ายผู้อื่น


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของชาวพิกวิว หลังจากตอบรับเป็นเพื่อนกันในบ้านหลังนี้ เราจะสามารถสร้างกิจกรรมร่วมกัน ตั้งกลุ่ม โพสรูปภาพ พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้ สมัครสมาชิกแล้วกดเข้าบ้านได้เลยครับ.

Pixview ชาวพิกวิว
  • การถ่ายภาพชัดลึก ชัดตื้น
  • การถ่ายภาพแพนนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว
  • ย่อภาพให้คมชัด ก่อนโพส
  • วิธีโพสรูปบนบอร์ดพิกวิว
  • การถ่ายภาพมาโคร ผีเสื้อ ดอกไม้
  • การถ่ายภาพน้ำตกให้พริ้วไหว
เข้าห้องเรียนถ่ายภาพ

PIXVIEW.NET Profile Box

Sign in with Facebook

Upcoming Events

No events found.

ช่างภาพอิสระ รับงานถ่ายภาพ

ถ้าคุณกำลังหาช่างภาพอิสระ งานรับปริญญา งานแต่งงาน ถ่ายสินค้า Event

คลิ๊กที่นี่ครับ!

Online Users

0 users and 623 guests online
Show All

โพลสำรวจความเห็น

ชาวพิกวิวใช้กล้องแบรนด์ไหนกันบ้าง

Login Form