ตัวเลขความไวแสง เช่น ISO100, ISO200, ISO320, ISO400 จะเป็นตัวบ่งบอกความไวในการรับแสงของเซ็นเซอร์ ในการถ่ายภาพเมื่อเราเพิ่มความไวแสง ผลที่เห็นชัดเจนคือเราจะได้ความเร็วชัตเตอร์มากขึ้น ตัวอย่างเช่น ขณะถ่ายภาพในบ้าน ใช้โหมด A ปรับค่ารูรับแสงคงที่
- เมื่อใช้ ISO100 ถ่ายด้วยโหมด A เปิดรูรับแสงไว้ที่ f/4 กล้องปรับค่าให้เป็น 1/45 วินาที
- เมื่อเพิ่ม ISO800 ถ่ายด้วยโหมดเดียวกัน กล้องปรับความเร็วชัตเตอร์เป็น 1/350 วินาที
- เมื่อเพิ่ม ISO1600 ถ่ายด้วยโหมดเดียวกัน กล้องปรับความเร็วชัตเตอร์เป็น 1/750 วินาที
ผลของภาพที่ได้มีความสว่างเท่ากัน แต่ได้ความเร็วชัตเตอร์ที่แตกต่างกัน ฟังแล้วดูดีมากเลยใช่ไหมครับ ความเร็วชัตเตอร์เพิ่มขึ้นก็หมายความว่าถ่ายภาพได้นิ่งและคมชัดยิ่งขึ้น ปัญหาเรื่องมือไม่นิ่งก็หายไปด้วย
แต่มีผลดีก็ย่อมต้องมีผลข้างเคียงตามมา .. การใช้ความไวแสงสูงขึ้น ก็จะทำให้กล้องรับสัญญาณแสงไม่พึงประสงค์เข้ามาด้วย ผลที่ได้ก็คือเม็ดเกร็นหยาบ หรือน๊อยส์ก็จะเกิดขึ้น
ใช้ ISO ต่ำเมื่อ
* ต้องการไฟล์งานคุณภาพสูง
* ต้องการควบคุมความเร็วชัตเตอร์ให้ต่ำลง เช่นถ่ายภาพน้ำตกให้นุ่ม จำเป็นต้องถ่ายที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ เราจึงต้องตั้งค่า ISO ให้น้อยที่สุด เช่น ISO100 เป็นต้น
* ถ่ายภาพในสภาพแสงดี ควรใช้ ISO ต่ำเป็นค่าเริ่มต้น
ใช้ ISO สูงเมื่อ
* ต้องการถ่ายภาพที่ความเร็วชัตเตอร์สูงขึ้น เช่น ต้องการถ่ายวัตถุที่เคลื่อนที่ให้หยุดนิ่ง อาจต้องการความเร็วชัตเตอร์สูงถึง 1/1000 วินาที ซึ่งใช้การเร่งความไวแสงช่วยได้ เช่น ISO800 เป็นต้น (สภาพแสงดี)
* ต้องการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย โดยไม่ใช้แฟลซ และไม่ใช้ขาตั้งกล้อง เช่นถ่ายภาพในร่มเงา
* ถ่ายภาพคอนเสิร์ต มีการจัดแสง จัดไฟเวที หากต้องการเก็บแสงสีให้เหมือนบรรยากาศจริงๆ การเร่ง ISO และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลซก็เป็นสิ่งจำเป็น


ความเห็น