1. Built-in Flash
โดนวิจารณ์กันหนักกับรุ่นที่ผ่านมาในเรื่องนี้ กล้องไม่มีแฟลซเท่ากับโดนปิดตาตอนกลางคืน ถึงแม้จะดัน ISO ได้สูงแค่ไหนแต่การมีแฟลซก็ช่วยให้เราได้ภาพมาง่ายกว่ากันเยอะ มาคราวนี้ E-P3 ติดป๊อปอัพแฟลซมาในตัวด้วย
2. Autofocus ดีขึ้น!
ระบบโฟกัสอัตโนมัติของ E-P1, E-P2 ก็นับว่าเร็วพอใช้ แต่ก็ยังไม่ไวเท่าที่ควรหากเทียบกับ DSLR เพราะใช้เวลาราว 1 วินาทีในการโฟกัสภาพ มาคราวนี้พัฒนาระบบโฟกัสให้ดีขึ้นใช้ 35-zone AF และมีไฟนำทางโฟกัสในกล้องสำหรับถ่ายภาพตอนแสงน้อย
3. จอแสดงผลแบบทัชสกรีน
มาคราวนี้ E-P3 ใช้จอแสดงผลสัมผัสแบบ OLED ความละเอียด 614,000 จุด ใครนึกภาพไม่ออกก็นึกถึงจอแสดงผลของ iPhone การแสดงผลภาพที่ดีขึ้นและควบคุมการใช้งานแบบสัมผัส สามารถโฟกัสภาพด้วยการแตะที่หน้าจอได้
4. ดีไซน์บอดี้ กริปจับถนัดยิ่งขึ้น
ตัวเครื่องยังดีไซน์รักษาเอกลักษณ์ความคลาสสิกของ PEN ไว้ ปรับกริปให้จับถือได้ถนัดยิ่งขึ้น
5. Full HD video
อินเทรนด์กันหน่อยเพราะตอนนี้กล้อง DSLR ส่วนใหญ่ที่ออกใหม่ถ่ายวิดีโอ HD 1080i ได้ ก็เป็นการดีที่ E-P3 ก็สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง 1080i/60p ฟอแมต AVCHD ได้เช่นเดียวกัน และมาพร้อมปุ่มบันทึกวิดีโอสีแดงให้กดถ่ายวิดีโอได้สะดวกขึ้นด้วย
ความเห็น